ข่าวสำหรับแพทย์

เกณฑ์พิจารณาในการใช้ยากลุ่มBiologic agents
ผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงินที่สมควรได้รับยากลุ่ม Biologic agents ควรมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้


1. โรคสะเก็ดเงินชนิดรุนแรงทั่วร่างกาย เป็นเวลาอย่างน้อย 6เดือนนับจากเริ่มวินิจฉัยและคะแนนความรุนแรงของสะเก็ดเงิน (PASI) มากกว่า 15
หรือ
2. โรคสะเก็ดเงินชนิดรุนแรงเกิดขึ้นที่หน้า หรือ ฝ่ามือ หรือ ฝ่าเท้า ที่ระยะเวลาเกิดผื่นเป็นอย่างน้อย 6เดือน นับจากเริ่มวินิจฉัย และต้องมีข้อใดข้อหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) มีอย่างน้อย 2 ใน 3ข้อ ของการประเมินความแดง ความหนา หรือสะเก็ดที่บ่งชี้ว่ารุนแรง หรือ รุนแรงมาก
หรือ
(2) พื้นที่เกิดผื่นสะเก็ดเงินอย่างน้อย 30% ของบริเวณหน้า หรือ ฝ่ามือหรือ ฝ่าเท้า
และ
3. ไม่ตอบสนองต่อการรักษาเป็นที่น่าพอใจ ชี้วัดด้วยคะแนนความรุนแรงของสะเก็ดเงิน (PASI)ที่ประเมินลดลง <50% หลังจากเริ่มรักษาด้วยยามาตรฐาน จากการรักษา อย่างน้อย 3 ใน 4ข้อ ดังต่อไปนี้
การฉายแสง(Phototherapy)NBUVB หรือ PUVA 2- 3ครั้งต่อสัปดาห์ อย่างน้อย 20-24ครั้งต่อเนื่อง
และ/หรือ
ยาเมโธทรีเสท(Methotrexate)ขนาดอย่างน้อย 10 มิลลิกรัมต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 16สัปดาห์
และ/หรือ
ยาไซโคลสปอรีน(Cyclosporin)ขนาดอย่างน้อย 3-5 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน เป็นเวลา 16สัปดาห์
และ/หรือ
ยาเอซิเตรทติน(Acitretin)ขนาดอย่างน้อย 0.4 มิลลิกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่งกิโลกรัมต่อวัน เป็นเวลา 12สัปดาห์

4. ผู้ป่วยสะเก็ดเงินที่มีข้ออักเสบให้ใช้เกณฑ์ของสมาคมรูมาติสซั่มแห่งประเทศไทย click

5. ผู้ ป่วยที่มีผลข้างเคียงจากการรักษามาตรฐานที่ทำให้ไม่สามารถใช้ยาต่อได้ เช่น โรคตับอักเสบเรื้อรัง ไตเสื่อมเรื้อรัง เบาหวาน ความดันโลหิตสูงหรือไขมันสูงที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยยาขนาดมาตรฐาน

ผู้ป่วยกลุ่มที่กล่าวมาแล้วข้างต้นสมควรพิจารณาใช้ยากลุ่ม Biologic agentsเพื่อควบคุมโรคสะเก็ดเงินและหลังจากได้รับยาแล้วควรมีรายงานผลรักษาเป็นระยะ ทุก 3-6 เดือนโดยผู้ป่วยที่ควรได้รับยาต่อควรเป็นผู้ที่ตอบสนองต่อยาดีมากกว่า 75%ของอาการเริ่มต้น

สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

หมายเหตุ
1. Clinical Practice Guideline (CPG) สำหรับการรักษาสะเก็ดเงิน อยู่ในระหว่างการปรับปรุง (ของเดิมทำไว้เมื่อ พ.ศ.2548)
2. ตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่ กค 0422.2/ว431 ลง 26 พ.ย.52 แพทย์ผิวหนังจะสามารถรักษาผู้ป่วยสะเก็ดเงินชนิดรุนแรงปานกลางและรุนแรงมาก โดยใช้ Etanercept และ Infliximab ใน รพ.รัฐบาล โดยออกใบรับรองให้ผู้ป่วยเบิกได้ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2553 เท่านั้น หลังจากนั้นกรมบัญชีกลางจะจัดทำระบบเบิกจ่ายตรงค่ารักษาพยาบาลตามเกณฑ์ของ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย (ซึ่งคงต้องมีการลงทะเบียนแพทย์และลงทะเบิยนผู้ป่วยก่อน เพื่อขออนุมัติใช้ยา และต้องลงข้อมูลในเวชระเบียนให้สมบูรณ์เพื่อให้สามารถถูกตรวจสอบย้อนหลัง ได้)
Share: