บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคผื่นสะเก็ดกุหลาบ

นพ. รัฐภรณ์ อึ๊งภากรณ์


โรคผื่นสะเก็ดกุหลาบ (pityriasis rosea) เป็นผื่นผิวหนังสีชมพูมีขุยสะเก็ดที่ขอบ พบในวัยรุ่นและผู้ใหญ่อายุ 15-40 ปี ทั้งเพศหญิงและเพศชาย

สาเหตุ
สาเหตุของโรคยังไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เนื่องจากโรคนี้มีอาการเพียงระยะสั้นและหายเองได้

อาการ
มักเริ่มจากผื่นแรกที่เรียกว่า “ผื่นนำหรือผื่นแม่” มีลักษณะกลมรี สีแดง ขอบชัดมีสะเก็ดรอบขอบบางๆ 1-2 สัปดาห์ต่อมาจึงเริ่มมีผื่นลักษณะคล้ายกันแต่มีขนาดเล็กกว่า โดยเริ่มจากตุ่มเล็ก ๆ แล้วขยายออกเป็นสะเก็ดรอบ ๆ บริเวณขอบ ขนาดของผื่นประมาณ 0.5-1.5 เซนติเมตร ขนานตามแนวรอยย่นของผิวหนัง พบในบริเวณบริเวณลำตัว บางรายอาจถึงโคนขา ในเด็กอาจพบผื่นบริเวณใบหน้า มือและเท้าได้ แต่บางรายอาจไม่พบผื่นนำมาก่อน

ภาพ ผื่นสะเก็ดกุหลาบ แสดงผื่นนำ และผื่นที่ตามมาภายหลัง

การวินิจฉัยแยกโรค
ต้องแยกโรคจากผื่นผิวหนังมีสะเก็ดอื่น ๆ เช่น
1. ผื่นผิวหนังอักเสบ ผื่นแพ้ยา สะเก็ดเงิน
2. โรคจากการติดเชื้อ เช่น กลาก เกลื้อน ซิฟิลิส การติดเชื้อไวรัสอื่นๆ ในการวินิจฉัย
แพทย์อาจแนะนำให้ตรวจทางห้องปฎิบัติการ และตรวจเลือด VDRL โดยเฉพาะผู้ป่วยในวัยเจริญพันธุ์ทุกราย

การรักษา
- เป็นการรักษาตามอาการเนื่องจากผู้ป่วยมักมีอาการคัน จึงควรทาครีมให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังบ่อย ๆ
- อาจให้ยาทาสเตียรอยด์อ่อน ๆ จะช่วยลดอาการคันและทำให้ผื่นหายเร็วขึ้น
- ยารับประทานแก้คันก็มีส่วนช่วยลดอาการคันลงได้
- ในรายที่เป็นมากหรือเรื้อรัง อาจจำเป็นต้องให้ยาปฎิชีวนะ
- การตากแดดหรือฉายแสงอัลตร้าไวโอเล็ตจะช่วยให้ผื่นหายเร็วขึ้น

การพยากรณ์โรค
โรคนี้สามารถหายเองได้ภายใน 4-6 สัปดาห์ อาจมีรอยสีน้ำตาลชั่วคราว มักไม่เหลือรอยแผลเป็น

คำแนะนำ
ไม่มีวิธีป้องกัน แต่เนื่องจากเป็นโรคของความรำคาญและความสวยงาม ไม่ใช่โรคติดต่อ
การดูแล คือ การรักษาตามอาการจนกว่าอาการจะหายไป
Share: