บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

หน้าใสทำอย่างไร


พญ. มาริษา พงศ์พฤฒิพันธ์
สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผิวกระจ่างใสเป็นสิ่งที่ผู้หญิงปรารถนาและแสวงหาการรักษาต่าง ๆ นานา ทั้งการรับประทานอาหารเสริม ทาเครื่องสำอาง ทาครีมชนิดต่าง ๆ มากมายในแต่ละวัน เพื่อให้ได้ผิวหน้าที่กระจ่างใสตามต้องการ โดยการที่จะมีผิวหน้ากระจ่างใสนั้นจะต้องประกอบไปด้วยผิวที่ดีมีน้ำมีนวล ไม่แห้งหรือมีขุยบนใบหน้า ไม่มีฝ้า กระ หรือจุดด่างดำยากจะรักษา และเมื่อรักษาแล้วยังเป็นซ้ำอยู่บ่อย ๆ การรักษา และคงสภาพผิวหน้ากระจ่างใสนั้นจึงต้องควบคู่กับการป้องกัน

ฝ้า กระ จุดด่างดำ เกิดขึ้นได้อย่างไร
1. จากการกระตุ้นจากแสงแดด ทั้งรังสีอัลตราไวโอเลตชนิดเอ และ บี เป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสี นอกจากทำให้ผิวคล้ำแดด แล้วยังกระตุ้นให้เกิด ฝ้า กระ จุดด่างดำบนใบหน้าอีกด้วย
2. พันธุกรรม และเชื้อชาติพบว่าคนเอเชียจะมีเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำได้ง่ายกว่าคนขาว และพบว่ามีความสัมพันธ์กับประวัติการเกิดโรคในครอบครัว โดยเฉพาะผู้ที่มีกระตั้งแต่เด็ก
3. ฮอร์โมน โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศหญิง (เอสโตรเจน) มีผลในการกระตุ้นให้มีการสร้างเม็ดสีมากขึ้น เช่น ในขณะตั้งครรภ์ หรือรับประทานยาคุมกำเนิด
4. ยา และเครื่องสำอางบางชนิด เช่น ยากันชัก หรือ น้ำหอมในเครื่องสำอางมีส่วนในการกระตุ้นการสร้างเม็ดสีได้โดยตรงหรือสัมพันธ์กับการโดนแสงแดดด้วยก็ได้

การวินิจฉัย
ฝ้า กระ จุดด่างดำ จะวินิจฉัยจากการตรวจร่างกาย
กระทั่วไป (freckles) จะพบเป็นจุดสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลเข้มขนาดเล็ก ๆ
กระแดด (solar lentigines) จะพบเป็นจุดสีน้ำตาลจะมีขนาดกว้างขึ้นมากกว่ากระทั่วไป
ฝ้า (melasma) จะพบว่าจุดสีน้ำตาลอ่อนถึงสีน้ำตาลเข้มมาก มารวมกันหรือเรียงตัวเป็นร่างแห ตำแหน่งที่พบสามารถแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ ได้แก่
1. บริเวณส่วนกลางของใบหน้า (ได้แก่หน้าผาก จมูก ริมฝีปากบน และคาง)
2. โหนกแก้ม และ
3. ข้างแก้มส่วนล่างบริเวณกราม

การรักษา
แนวทางการรักษาในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น
1. การรักษาผิวหน้าให้มีสุขภาพดี ได้แก่ การลดความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ การงดสูบบุหรี่ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การรับประทานผักและผลไม้อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มีวิตามินที่สำคัญในการบำรุงและซ่อมแซมผิวหนัง การดูแลผิวเมื่อมีอาการผิวแห้งโดยการใช้ครีมหรือโลชั่นเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นของผิวหนัง การหลีกเลี่ยงสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง เช่น ผลิตภัณฑ์ที่มีความเป็นด่าง หรือมีความเป็นกรดมาก ๆ และหลีกเลี่ยงการขัดผิวหรือลอกผิวบ่อย ๆ เป็นต้น
2. การรักษาตามสาเหตุของฝ้า กระ จุดด่างดำ ได้แก่ การหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้น เช่น การหลีกเลี่ยงแสงแดด การใช้ครีมกันแดดอย่างสม่ำเสมอ การคุมกำเนิดวิธีอื่นนอกจาการรับประทานยา หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่อาจเป็นสาเหตุ เป็นต้น
3. การใช้สารที่ทำให้ผิวขาว มักจำเป็นต้องใช้ยาร่วมกันหลายตัวที่มีกลไกการออกฤทธิ์ต่างๆกัน เพื่อให้ได้ผลดี ได้แก่
3.1 สารที่ลดการสร้างหรือยับยั้งการทำงานที่เอนไซม์หลักของการสร้างเม็ดสี ได้แก่ เอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) ได้แก่ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone), วิตามินซี (Ascorbic acid), กรดโคจิก (Kojic acid), สารอาบูติน (Arbutin) เป็นต้น ทั้งนี้มีความแตกต่างในเรื่องของประสิทธิภาพเมื่อเลือกใช้สารต่างชนิดกัน หรือความเข้มข้นที่แตกต่างกัน
3.2 สารที่ยับยั้งการส่งต่อเม็ดสีจากเซลล์สร้างเม็ดสีไปสู่เซลล์ผิวหนังข้างเคียง และเซลล์ผิวหนังชั้นบน (keratinocyte) สารที่มีผลต่อกลไกนี้ เช่น Vitamin B3 (Niacinamide), Glucosamine, Matricaria
3.3 สารขจัดเซลล์ผิวหนังชั้นบนที่มีเม็ดสีสะสมอยู่เดิมอันเป็นเหตุให้ผิวหมองคล้ำ ยาหลักที่ออกฤทธิ์ได้ดีในกลไกนี้และเพิ่มการผลัดเซลล์ผิวให้เร็วขึ้น ได้แก่ Vitamin A (Retinol, Retinoic acid ), Beta hydroxyl acid (BHA) และ Alpha hydroxyl acid (AHA)
4. การรักษาด้วยวิธีการอื่น ๆ เช่น การลอกผิวด้วยสารเคมี การใช้แสงและเลเซอร์ ซึ่งจัดว่าเป็นวิธีการเสริมจากการรักษาทางยา

การป้องกัน
นับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษา โดยเฉพาะการป้องกันตนเองจากแสงแดดซึ่งสามารถป้องกันการเกิดผิวหมองคล้ำจากการสร้างเม็ดสีหลังการโดนแดด ป้องกันการทำร้ายผิวจากอนุมูลอิสระ และยังป้องกันการอักเสบอันเป็นผลให้ผิวเสียหายได้อีกด้วย โดยควรปฏิบัติดังนี้การหลีกเลี่ยงการโดนแดด โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางวันซึ่งมีแดดแรงที่สุดของวัน ตั้งแต่เวลา 10:00 - 16:00 น., ควรใส่หมวกปีกกว้าง กางร่ม ใส่เสื้อแขนยาว และกางเกงขายาว เมื่อมีความจำเป็นต้องทำกิจกรรมกลางแดด, การเลือกใช้ครีมกันแดด (sunscreen) ที่เหมาะสม กับกิจกรรมที่ทำในแต่ละวัน โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันแสงทั้ง UVA และ UVB

หวังว่าผู้อ่านจะได้รับความรู้ในการทำให้ผิวสวยหน้าใสพอสมควร การป้องกันตนเองจากแสงแดดยังเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และอย่าลืมอ่านฉลากส่วนประกอบในครีมเสมอ ฉลาดเลือก และเลือกอย่างปลอดภัยนะคะ
Share: