บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

ผมบางจากพันธุกรรม

พญ. ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์


โรคผมบางจากพันธุกรรม หรือ โรคผมบางที่มีรูปแบบเฉพาะ (androgenetic alopecia, pattern hair loss) หรือที่เราเรียกสั้น ๆ ว่า โรคศีรษะล้าน เป็นภาวะผมบางที่พบได้บ่อย โดยผมที่บางจะมีลักษณะเฉพาะคือ จะมีลักษณะบางทั่ว ๆ บริเวณกลางศีรษะโดยที่มีหรือไม่มีผมบางบริเวณด้านหน้าร่วมด้วย

สาเหตุ
โรคนี้ ในเพศชาย เป็นภาวะที่เกิดจากปัจจัยทางพันธุกรรมร่วมกับภาวะฮอร์โมนเพศชาย (androgen) ที่มากกว่าปกติ1
ในผู้หญิง สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด คาดว่าอาจจะมาจากหลายปัจจัยนอกเหนือจากสาเหตุทางพันธุกรรม2 ดังนั้น ปัจจุบันนี้ ทางสากลจึงนิยมเรียกโรคผมบางจากพันธุกรรมในชื่อใหม่ว่า โรคผมบางที่มีรูปแบบเฉพาะ (male and female pattern hair loss) มากกว่าจะใช้ชื่อเดิมคือโรคผมบางจากพันธุกรรม (androgenetic alopecia)

อาการและอาการแสดง
ภาวะนี้มักเริ่มมีอาการตั้งแต่หลังวัยรุ่น เพศชายมีโอกาสเกิดภาวะนี้ได้ในคนอายุน้อยมากกว่าเพศหญิงที่พบภาวะนี้ในคนสูงวัยกว่า2 ในชายผิวขาวพบว่าอัตราการเกิดผมบาง 50% ที่อายุ 50 ปี3 ในหญิงผิวขาวพบมีผมบาง 40% ที่อายุ 70 ปี4 ในคนเอเชียพบน้อยกว่าในคนผิวขาวหรือคนแอฟริกัน-อเมริกัน ส่วนในชายไทยมีการศึกษาพบอัตราการเกิดผมบางประมาณ 38.52%5

ในผู้ชาย ส่วนใหญ่ผมจะเริ่มบางตั้งแต่บริเวณไรผมบริเวณหน้าผากขึ้นไป ต่อมาผมบริเวณกลางศีรษะจึงเริ่มบางลง เมื่อเวลาผ่านไป ผมจะบางเป็นบริเวณกว้างมากขึ้น


ในผู้หญิง มักจะมีการบางของผมบริเวณกลางศีรษะมากกว่าด้านหน้าผาก ส่วนน้อยที่จะมีการบางของผมด้านหน้าร่วมด้วยคล้ายกับผู้ชาย เมื่อเวลาผ่านไป ผมจะบางเป็นบริเวณกว้างมากขึ้น

การวินิจฉัยโรค
สามารถวินิจฉัยโรคจากอาการและอาการแสดงดังกล่าวข้างต้น ในกรณีที่อาการและอาการแสดงไม่แน่ชัด อาจต้องวินิจฉัยแยกโรคกับโรคอื่นและอาจทำการตัดชิ้นเนื้อที่ศีรษะเพื่อตรวจลักษณะทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยันการวินิจฉัยโรค แต่ส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องตัดชิ้นเนื้อดังกล่าว

การรักษา
ในผู้ชาย สามารถรักษาได้ด้วยยาทาและยารับประทาน ในคนที่เป็นยังไม่มาก ควรเริ่มรักษาด้วยยาทาคือ 2-5% Minoxidil lotion เพียงอย่างเดียวก่อน ส่วนในคนที่เป็นมาก เช่น คนที่มีผมบางมากจนเห็นหนังศีรษะเป็นบริเวณกว้าง อาจให้การรักษาด้วยยาทา 2-5% Minoxidil lotion ร่วมกับยารับประทาน Finasteride 1 มิลลิกรัมต่อวัน6, 7

ในผู้หญิง ควรรักษาด้วยยาทา 2% Minoxidil lotion เพียงอย่างเดียว6 ส่วนการรักษาด้วยยารับประทานสำหรับผู้หญิงยังไม่อยู่ในแนวทางการรักษาที่เป็นมาตรฐาน (clinical practice guideline) เนื่องจากยา Finasteride 1 มิลลิกรัมต่อวัน พบว่าใช้ไม่ได้ผลในผู้หญิง ยาต้านฮอร์โมนแอนโดรเจนอื่น ๆ มีรายงานการศึกษาว่าอาจจะได้ผล แต่ยังจำเป็นต้องรอผลการศึกษามากขึ้นทางด้านประสิทธิผลและความปลอดภัย เนื่องจากผู้ป่วยหญิงที่ต้องการรับประทานยาจำเป็นต้องป้องกันการตั้งครรภ์เนื่องจากยาก่อให้เกิดความผิดปกติกับทารกในครรภ์ได้ และผู้ป่วยควรอยู่ในความดูแลของแพทย์เพื่อเฝ้าระวังผลข้างเคียงทางร่างกายด้านอื่น ๆ

การรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ6 เช่น การรักษาทางศัลยกรรมด้วยการย้ายปลูกถ่ายรากผม (hair transplantation) เหมาะสมกับผู้ป่วยที่มีผมบางมากและอาจทำได้ในผู้ป่วยบางราย, การใช้เลเซอร์เพื่อกระตุ้นให้มีผมมากขึ้น อาจจะมีส่วนช่วยให้ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นได้ แต่ยังไม่มีการศีกษาในด้านความปลอดภัยในการใช้ระยะยาว, การใช้ผมปลอมหรือวิก เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของการรักษา

ผลข้างเคียงของยา มีดังนี้คือ
1. ยาทา Minoxidil อาจทำให้มีอาการระคายเคืองหนังศีรษะ, มีขนขึ้นที่ใบหน้า และปวดศีรษะ ยาสามารถก่ออันตรายให้กับทารกในครรภ์ได้ จึงไม่ควรใช้ยานี้ในหญิงมีครรภ์และให้นมบุตร6 ยา Minoxidil มีในรูปแบบยารับประทานร่วมด้วย แต่ยาไม่ได้อยู่ในมาตรฐานการรักษา เนื่องจากทำให้มีอาการบวม อาจเกิดภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ มีขนขึ้นตามใบหน้าและร่างกาย

2. ยารับประทาน Finasteride ในเพศชาย ยานี้อาจมีผลทำให้การแข็งตัวของอวัยวะเพศลดลง (1-2%)7, 9 ในผู้หญิง นอกจากยาอาจใช้ไม่ได้ผลแล้ว ยานี้สามารถก่ออันตรายแก่ทารกในครรภ์ได้ จึงไม่ควรใช้ยานี้ในหญิงมีครรภ์และให้นมบุตร6 มีความจำเป็นต้องปรับลดขนาดยาลงในผู้ป่วยโรคตับ10

การพยากรณ์โรค
การรักษาโรคผมบางที่มีรูปแบบเฉพาะนี้ มีความจำเป็นต้องทำไปตลอด เนื่องจากถ้าหยุดยา ผมอาจกลับไปบางเท่าเดิม การที่ต้องรักษาเป็นเวลานานทำให้ผู้ป่วยหลายรายมีความท้อใจในการรักษา อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยไม่รักษา ผู้ป่วยอาจมีผมที่บางมากขึ้น9 มีการศึกษาหนึ่งพบว่า มีโอกาสมากถึง 93% ที่ผู้ป่วยจะมีผมบางเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลา 5 ปี และพบว่าผมบางมากขึ้นโดยเฉลี่ย 26%11 ดังนั้น โรคผมบางชนิดนี้จึงควรมีการรักษาอย่างต่อเนื่องไปตลอด

อนึ่ง ควรประเมินผลการรักษาที่ระยะเวลา 1 ปี ซึ่งเป็นระยะเวลาที่เห็นผลจากการรักษามากที่สุด9

คำแนะนำสำหรับการดูแลเบื้องต้นด้วยตนเอง
ผู้ป่วยควรสังเกตอาการ และรับการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการ เนื่องจากการรักษาตั้งแต่เริ่มมีอาการจะได้ผลมากกว่า และช่วยทำให้ผมไม่บางมากขึ้นเป็นการป้องกันการดำเนินโรคไม่ให้เป็นมากขึ้นได้ การรักษาโดยเฉพาะยารับประทาน ควรรับคำแนะนำจากแพทย์ และมีการใช้ยารักษาตามมาตรฐาน ควรมีการระมัดระวังการใช้ยารักษาที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐาน เนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ และยาบางชนิดยังไม่มีรายงานเรื่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัยเพียงพอ

บทความนี้ มีเพื่อเป็นการให้ความรู้ในเรื่องภาวะผมบางจากพันธุกรรมแก่ประชาชนผู้สนใจ การดูแลรักษาในผู้ป่วยแต่ละรายอาจไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความรุนแรงของอาการและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษา การรักษาที่นำมาเสนอนี้ เป็นความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ที่ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะ ที่สถาบันโรคผิวหนัง ผู้จัดทำจึงขอสงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายโดยไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกรณี



เอกสารอ้างอิง

1. Hamilton JB. Male hormone stimulation is a prerequisite and an incitant in common baldness. Am J Anat. 1942;71:451-80.
2. Olsen EA. Female pattern hair loss. J Am Acad Dermatol. 2001 Sep;45(3 Suppl):S70-80.
3. Hamilton JB. Patterned loss of hair in man: types and incidence. Annal NY Acad Sci 1951;53:708-28.
4. Birch MP, Messenger JF, Messenger AG. Hair density, hair diameter and the prevalence of female pattern hair loss. Br J Dermatol. 2001 Feb;144(2):297-304.
5. Pathomvanich D, Pongratananukul S, Thienthaworn P, Manoshai S. A random study of Asian male androgenetic alopecia in Bangkok, Thailand. Dermatol Surg. 2002 Sep;28(9):804-7.
6. Rogers NE, Avram MR. Medical treatments for male and female pattern hair loss. J Am Acad Dermatol. 2008 Oct;59(4):547-66; quiz 67-8.
7. Mella JM, Perret MC, Manzotti M, Catalano HN, Guyatt G. Efficacy and safety of finasteride therapy for androgenetic alopecia: a systematic review. Arch Dermatol. 2010 Oct;146(10):1141-50.
8. Olsen EA, Dunlap FE, Funicella T, Koperski JA, Swinehart JM, Tschen EH, et al. A randomized clinical trial of 5% topical minoxidil versus 2% topical minoxidil and placebo in the treatment of androgenetic alopecia in men. J Am Acad Dermatol. 2002 Sep;47(3):377-85.
9. Group TFMPHLS. Long-term (5-year) multinational experience with finasteride 1 mg in the treatment of men with androgenetic alopecia. Eur J Dermatol. 2002 Jan-Feb;12(1):38-49.
10. Price VH. Treatment of hair loss. N Engl J Med. 1999 Sep 23;341(13):964-73.
11. Kaufman KD, Girman CJ, Round EM, Johnson-Levonas AO, Shah AK, Rotonda J. Progression of hair loss in men with androgenetic alopecia (male pattern hair loss): long-term (5-year) controlled observational data in placebo-treated patients. Eur J Dermatol. 2008 Jul-Aug;18(4):407-11.
Share: