บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

กลากที่หนังศีรษะและเส้นผม

นพ. รัฐภรณ์ อึ๊งภากรณ์


กลากที่หนังศีรษะและเส้นผม เป็นโรคเชื้อราที่พบในเด็กได้บ่อยกว่าในผู้ใหญ่ เนื่องจากความแตกต่างขององค์ประกอบของไขมันบนหนังศีรษะ ในต่างประเทศพบได้บ่อยในชนชาติที่มีเส้นผมหยิกหนา เช่น กลุ่มชนชาติแอฟริกัน เป็นต้น อาจเกิดการระบาดของโรคในประชากรกลุ่มที่อาศัยอยู่ในที่แออัด เช่น สถานเลี้ยงเด็ก บ้านพักเด็กพิการทางสมอง และภิกษุสามเณร

มีหลายปัจจัยที่เอื้ออำนวยต่อการเกิดโรค นอกจากปัจจัยทางเชื้อชาติซึ่งเกี่ยวข้องกับลักษณะเส้นผม โดยเฉพาะคนผมหยิกซึ่งจะมีผลของไฟฟ้าสถิตทำให้เชื้อเกาะติดได้ง่ายแล้ว ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ความนิยมการยืดผมด้วยน้ำมัน การใช้อุปกรณ์หวี กรรไกร มีดโกนผม หมอน ที่นอน ร่วมกับผู้ป่วย ล้วนทำให้มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้มากขึ้น การเลี้ยงสัตว์เลี้ยงภายในบ้าน เช่น สุนัข แมว กระต่าย จะเพิ่มอัตราการติดเชื้อราจากสัตว์ได้

สาเหตุ
เกิดจากการติดเชื้อราสู่บริเวณผิวหนังศีรษะ ในสภาวะที่มีการอับชื้น จากการสัมผัสโดยตรงจากผู้ที่เป็นโรค หรือสัตว์เลี้ยง และอาจเกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกันกับผู้ติดเชื้อ

อาการและอาการแสดง
อาการสำคัญของเชื้อราที่ศีรษะ คือ ขุยสะเก็ดและผมเปราะ หักง่าย ร่วงเป็นหย่อม พยาธิสภาพเริ่มจากเมื่อได้รับเชื้อบนหนังศีรษะ เกิดเป็นผื่นมีสะเก็ดคล้ายรังแค ต่อมาจึงมีการติดเชื้อลามไปตามเส้นผม มีลักษณะคล้ายมีฝุ่นสีเทาเคลือบอยู่ เชื้อราบางชนิดอาจเข้าไปในเส้นผม ทำให้เปราะ หัก เห็นเป็นลักษณะคล้ายตอผมเป็นจุด ๆ ติดอยู่ที่หนังศีรษะ ในบางรายเกิดการอักเสบมากจนเป็นตุ่มหนอง ผิวหนังรอบ ๆ ตอผมบวมแดง มีอาการเจ็บ อาจมีไข้ ต่อมน้ำเหลืองโตบริเวณข้างคอหรือท้ายทอยได้

ภาพ 1 กลากที่เส้นผม เห็นเป็นคล้ายฝุ่นสีเทา


ภาพ 2 กลากที่เส้นผม เห็นตอผมที่หักเสมอโคนเป็นจุดสีดำ

การวินิจฉัยโรค
จากการวินิจฉัยโรคเชื้อรา นอกจากการสังเกตดูอาการแสดงดังที่กล่าวมาแล้ว ยังต้องอาศัยการตรวจเชื้อทางห้องปฏิบัติการและการเพาะเลี้ยงเชื้อจากขุยสะเก็ดที่หนังศีรษะ หรือเส้นผมที่เปราะร่วง จึงจะให้การวินิจฉัยที่แน่นอนได้

การวินิจฉัยแยกโรค
จากลักษณะอาการทางคลินิกที่กล่าวมาจะเห็นได้ว่ามีลักษณะอาการคล้ายกับโรคของหนังศีรษะและเส้นผมได้หลายโรค เช่น รังแคของศีรษะ (seborrheic dermatitis), สะเก็ดเงิน, การติดเชื้อแบคทีเรีย, ผมร่วงเป็นหย่อม, ผมร่วงจากการดึงหรือถอนผมตนเอง (trichotillomania), และโรคภูมิแพ้ทางผิวหนังอื่น ๆ เป็นต้น

การรักษา
การรักษาเชื้อราที่ศีรษะและเส้นผม จำเป็นต้องใช้ยาต้านเชื้อราชนิดกินเสมอ และต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ยาต้านเชื้อราที่ใช้รักษาแบบชนิดรับประทาน ได้แก่
1. Griseofulvin (micronized): ขนาดของยาที่ใช้คือ 15 – 25 มิลลิกรัม/กิโลกรัม/วัน หรือ 0.5-1 กรัม/วัน ในผู้ใหญ่
2. Itraconazole: มีวิธีการให้ยาตามมาตรฐานอยู่ 2 วิธี วิธีแรกคือ แบบต่อเนื่อง 200 มิลลิกรัม/วัน นาน 14 วัน และวิธีที่สองคือ การให้แบบ pulse therapy โดยให้ 200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง นาน 1 สัปดาห์ต่อเดือน
3. Fluconazole: 150 – 200 มิลลิกรัม สัปดาห์ละครั้ง (6 มิลลิกรัม/กิโลกรัม ในเด็ก) เฉลี่ยนาน 4 สัปดาห์ หรือนานกว่า
4. Terbinafine: 250 มิลลิกรัม/วัน นาน 2-4 สัปดาห์

ยาต้านเชื้อราชนิดแชมพูสระผม
การให้แชมพูสระผม 2% ketoconazole, 2.5% selenium sulfide หรือ ciclopirox olamine ร่วมกับยารับประทานเพื่อช่วยลดจำนวนสปอร์ของเชื้อบนศีรษะผู้ป่วย ซึ่งมีผลลดการแพร่เชื้อสู่บุคคลใกล้ชิด และทำให้ตอบสนองต่อการรักษาได้เร็วขึ้น


การติดตามผลหลังเริ่มการรักษานั้นไม่ต้องตรวจทางห้องปฎิบัติการช้ำทุกครั้ง ยกเว้นเพื่อยืนยันการตอบสนองก่อนหยุดการรักษา ในการติดตามผลให้สังเกตดูสะเก็ดผื่น การหลุดร่วงและการงอกของเส้นผม โดยทั่วไปแล้วอาการแดงและขุยสะเก็ดจะหายไปก่อน การงอกของเส้นผมอาจใช้เวลา 2-3 เดือนกว่าจะเห็นชัดเจน
Share: