บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

การเปลี่ยนแปลงทางผิวหนังในผู้ป่วยที่มีโรคซ่อนอยู่ภายใน

ผศ. พญ. ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


ผิวหนังเป็นอวัยวะที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย ทั้งยังปกคลุมเห็นชัดอยู่ภายนอก เมื่อระบบภายในของร่างกายทุกระบบเกิดความผิดปกติ มักมีอาการแสดงร่วมให้สังเกตได้จากผิวหนัง รวมไปถึงผม ขน และ เล็บ อาการบางอย่างพบได้บ่อย ๆ เช่นผิวแห้ง หรืออาการคัน แต่บางครั้งสีผิวที่คล้ำขึ้นโดยไม่มีสาเหตุ หรือก้อนที่ผิวหนัง ทำให้เราพบโรคที่ซ่อนอยู่ในร่างกายได้เร็วขึ้น

อาการคัน
ผู้ป่วยบางรายมาพบแพทย์เนื่องจากคัน เมื่อตรวจร่างกายไม่พบผื่น ไม่มีลมพิษ ไม่มีโรคผิวหนังที่เป็นสาเหตุ เช่น ผื่นผิวหนังอักเสบ หรือติดเชื้อหิด แต่มีอาการคันเป็นอย่างมาก ต้องเกาจนเกิดรอยถลอกตามมา แสดงในรูปที่ 1 บางครั้งอาการเป็นมากรบกวนการนอน เมื่อสืบค้นตรวจหาโรคในผู้ป่วยกลุ่มนี้ พบว่า โรคทางกายที่ซ่อนอยู่ซึ่งทำให้เกิดอาการดังกล่าวได้แก่ ไตวายเรื้อรัง, โรคตับ, โรคเลือด เช่น เม็ดเลือดแดงมีปริมาณมาก (polycythemia vera) เลือดจางจากการขาดธาตุเหล็ก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นต้น นอกจากจากนี้ โรคของต่อมไทรอยด์และเบาหวาน ก่อให้เกิดอาการได้เช่นกัน

รูปที่ 1 แสดงอาการคันอย่างมากในผู้ป่วยไตวายเรื้อรัง จนผู้ป่วยต้องแกะเกา เกิดตุ่มนูนและรอยดำขึ้น สังเกตว่าในบริเวณที่ผู้ป่วยเอื้อมมือไม่ถึง ไม่พบความผิดปกติของผิวหนังแต่อย่างใด

ดังนั้นผู้ที่อยู่ในวัยกลางคนและสูงอายุ หากมีอาการคันทั่วทั้งร่างกาย โดยไม่มีสาเหตุที่แน่ชัด จึงควรพบแพทย์เพื่อตรวจเพิ่มเติม หากตรวจร่างกายและตรวจทางห้องปฏิบัติการ ซึ่งถ้าไม่พบความผิดปกติ อาการคันอาจเกิดขึ้นได้ จากอายุที่มากขึ้น และต้องระมัดระวังการใช้ยารับประทานบางชนิดที่ทำให้คันได้

ผิวแห้ง
ผิวแห้งเป็นอาการที่พบได้บ่อย เมื่ออากาศแห้งหรืออาบน้ำขัดถูผิวด้วยสบู่บ่อย ๆ ผิวจะแห้งกร้าน แต่ในวัยผู้ใหญ่หากพบว่าผิวแห้งมากจนแตกเป็นขุยสะเก็ด และเป็นกระจายทั่วร่างกาย ควรมาพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ซึ่งอาจเกิดจาก มะเร็งของต่อมน้ำเหลือง เช่น Hodgkin disease, มะเร็งของอวัยวะภายใน, โรคเอดส์, โรคแพ้ภูมิตัวเองบางชนิด, การรับประทานยาบางอย่าง, และความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เป็นต้น

ผิวคล้ำ
เมื่อโดนแดด ผิวจะคล้ำขึ้นในบริเวณนอกร่มผ้าที่สัมผัสแสง หากพบว่าผิวมีสีคล้ำขึ้นทั้งในและนอกร่มผ้า ที่เยื่อบุช่องปาก ขาหนีบ อวัยวะเพศ ตามร่องเส้นลายมือและแผลเป็นเก่า,ๆ โดยไม่ได้อาบแดดจัดมาก่อน สีผิวผิดปกติดังกล่าวอาจเกิดจากโรคได้หลายชนิด ได้แก่ โรคของต่อมไร้ท่อ เช่น Addison’s disease และไทรอยด์เป็นพิษ, โรคไตวายเรื้อรัง, ภาวะขาดสารอาหาร, และการรับประทานยาบางประเภท

ก้อนที่ผิวหนัง
เมื่อคลำก้อนได้ที่ผิวหนัง ควรปรึกษาแพทย์ โดยก้อนดังกล่าวอาจเป็นเพียงซีสต์ หรือถุงน้ำที่ไม่มีอันตราย อยู่ภายใต้ผิว สามารถรักษาได้โดยการจี้หรือตัดออก อย่างไรก็ตามก้อนดังกล่าวอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคภายในร่างกายได้

ก้อนที่ผิวหนัง อาจเกิดจากมะเร็งอวัยวะภายในกระจายมาแม้จะพบได้ไม่บ่อยนัก โดยก้อนอาจกระจายมาโดยตรง มาตามกระแสเลือด หรือท่อน้ำเหลือง มะเร็งของอวัยวะภายในที่แพร่มาที่ผิวหนังบ่อยที่สุดในเพศชายได้แก่ มะเร็งปอด และลำไส้ใหญ่ ในเพศหญิงได้แก่ มะเร็งเต้านม และ ลำไส้ใหญ่

ลักษณะที่ตรวจพบเป็นก้อนสีเนื้อ หรือสีม่วงแดง บริเวณที่พบบ่อยคือ หนังศีรษะ คอ และ ลำตัว พบได้บ้างที่แผ่นหลัง

นอกจากนี้ มะเร็งที่กระจายมาจากทางเดินอาหารและตับอ่อน อุ้งเชิงกรานหรือเต้านม อาจตรวจพบได้เป็นก้อนที่สะดือ เรียกว่า “Sister Mary Joseph’s nodule” แสดงในรูปที่ 2

รูปที่ 2 แสดงก้อนมะเร็งของตับอ่อนที่แพร่กระจายมายังผิวหนังบริเวณสะดือ


จะเห็นได้ว่า ผิวหนังที่ปกคลุมร่างกาย มิได้มีหน้าที่เพียงแค่ปกคลุมอวัยวะภายในเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นเหมือนกระจกที่สะท้อนความสมบูรณ์แข็งแรงของพลานามัย ดังนั้นการหมั่นดูแลตัวเอง สังเกตความผิดปกติ โดยเฉพาะที่ผิวหนังของเรา ซึ่งมองเห็นได้โดยง่าย จะทำให้มาพบแพทย์ได้อย่างรวดเร็ว ทันการณ์ และ รักษาโรคได้อย่างทันท่วงที
Share: