บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

เหรียญ 2 ด้านของครีมสเตียรอยด์

นพ. ชูชัย ตั้งเลิศสัมพันธ์
อนุกรรมการ ประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย


ปัจจุบันผู้หญิงไทยโดยเฉพาะในพื้นที่ กทม.ซึ่งมีฝุ่นจำนวนมากมักมีอาการของผิวหนังอักเสบผดผื่นบริเวณผิวหน้าได้ง่าย จึงมีความนิยมซื้อยาแก้แพ้ชนิดครีม หรือขี้ผึ้งสเตียรอยด์มาใช้ทา เมื่ออาการดีขึ้นผิวหน้าเรียบเนียนจึงนิยมใช้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้เกิดภาวะเสพติดครีมสเตียรอยด์ (steroid addict) ต้องใช้ต่อไปในปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะประชาชนส่วนใหญ่คิดว่าการใช้ครีมจะไม่เกิดอันตรายเหมือนยารับประทาน

แต่คนไข้ที่ใช้ครีมชนิดนี้เป็นเวลานาน จะเกิดผลข้างเคียง คือ ทำให้ผิวหนังบางลงเวลาโดนแดด มีอาการแสบร้อนได้และทำให้หลอดเลือดใต้ผิวหนังเปราะแตกง่าย เกิดสิวและผื่นอักเสบรอบปาก และไม่สามารถหยุดยาได้หลังเกิดภาวะเสพติดครีมสเตียรอยด์ เมื่อหยุดยาจะเกิดอาการแดงและโรคผิวหนังอักเสบเดิมจะเป็นมากขึ้นและเป็นอาการที่รักษายากมาก นอกจากนี้ถ้าใช้ปริมาณมากและเป็นเวลานานอาจมีผลต่ออวัยวะภายใน เช่น จะทำให้ต่อมหมวกไตผิดปกติโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ นอกจากนี้อาจจะทำให้เด็กมีการเจริญเติบโตผิดปกติด้วย


ปัญหาที่สำคัญ คือ ประเทศไทยสามารถซื้อยาได้เองโดยไม่ต้องมีใบสั่งแพทย์ ส่วนประเทศที่เจริญแล้ว เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สิงคโปร์ เป็นต้น ประชาชนจะไม่สามารถซื้อยาใช้เองได้ ต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้นจึงจะซื้อยาจากร้านขายยาได้ สำหรับคนไทยการใช้ครีมสเตียรอยด์ ควรอยู่ในการดูแลของแพทย์ ถ้าผู้ป่วยจะซื้อยาในกลุ่มนี้ใช้เอง ควรเลือกชนิดที่อ่อน เช่น 1% ไฮโดรคอร์ติโซน ครีม (Hydrocortisone cream) หรือ 0.02% ไทรแอมซิโนโลน ครีม (Triamcinolone acetonide cream, TA) ทาวันละ 2 ครั้ง และใช้ติดต่อกันไม่เกินหนึ่งสัปดาห์ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นหรือไม่หาย ควรพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้องต่อไป

ผลข้างเคียง
1. ประเภทเฉียบพลัน ได้แก่
1.1 การเกิดสิว ครีมกลุ่มนี้ทำให้เกิดสิว โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและหน้าอก โดยสิวที่เกิดจากสเตียรอยด์ จะแตกต่างจากสิวทั่วไป จะเห็นเป็นสิวในแบบเดียวกันทั้งหมด คือ เป็นตุ่มนูนแดง (ไม่มีหัวหนองหรือไขมันอุดตัน)
1.2 รอยโรคเดิมเป็นมากขึ้น พวกนี้ส่วนมากเกิดจากการใช้ยาผิดโรค เช่น เป็นโรคกลากเกลื้อนแล้วใช้ครีมสเตียรอยด์ทาจะทำให้เป็นมากขึ้น
1.3 เกิดผื่นแพ้สัมผัส ซึ่งอาจเกิดการแพ้สารกันบูดหรือน้ำหอมที่ใส่ในครีมสเตียรอยด์ได้ ส่วนการแพ้ตัวสเตียรอยด์เองนั้นก็พบได้แต่พบได้น้อย

2. ประเภทเรื้อรัง ได้แก่ ทำให้ผิวหน้าบางลง ออกแดดไม่ได้ เวลาเจอแดดก็จะแสบร้อน หลอดเลือดใต้ผิวหนังเปราะแตกง่าย เส้นเลือดขยายตัว ขนยาวขึ้นตรงบริเวณทายา เกิดสิวและผื่นอักเสบรอบปาก เกิดการแตกลายงาของผิวหนัง เกิดภาวะติดยาเป็นปัญหาที่พบบ่อยในเมืองไทยและรักษายาก ภาวะนี้เกิดจาการใช้ครีมสเตียรอยด์เป็นเวลานาน เวลาหยุดยาแล้วจะแดง หรือโรคผิวหนังอักเสบเดิมจะเป็นมากขึ้น ทำให้หยุดใช้ยาไม่ได้ และต้องใช้ครีมสเตียรอยด์แรงมากขึ้น นอกจากนี้อาจไปกดการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมักเกิดจากการใช้ครีมสเตียรอยด์ชนิดแรงเป็นเวลานานโดยเฉพาะในเด็กและผู้สูงอายุ

นอกจากภาวะเสพติดครีมสเตียรอยด์แล้ว ปัจจุบันยังเกิดภาวะกลัวสเตียรอยด์ (steroid phobia) คือ กลัวการใช้สเตียรอยด์เกินเหตุ ซึ่งเรื่องนี้เกิดที่ต่างประเทศมานานแล้ว แต่เพิ่งเกิดในเมืองไทยได้ไม่นานคงเป็นผลจากกระแสโลกานุวัฒน์ ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักจะได้ข้อมูลด้านเดียว (คือด้านไม่ดี) ของสเตียรอยด์ จึงไม่กล้าจะใช้ยากลุ่มนี้ไม่ว่าจะการทาหรือการรับประทาน
ยาในกลุ่มนี้ก็เหมือนกับยาในกลุ่มอื่น คือ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ถ้าเรารู้จักเลือกใช้อย่างเหมาะสมก็จะเป็นประโยชน์มากกว่าโทษ เปรียบเทียบเหมือนอาหารที่เรารับประทานเพื่อให้ประโยชน์แก่ร่างกาย ถ้ารับประทานไม่ถูกต้องก็สามารถเกิดโทษได้เช่นกัน
Share: