บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

การดูแลผิวแห้ง

พ.ต.หญิง พญ. สุพิชญา ไทยวัฒน์
แผนกผิวหนัง กองอายุรกรรม
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า


ผิวแห้ง เป็นอาการแสดงของโรคผิวหนังหลายชนิด โดยมากแล้วมักจะมาคู่กับอาการคันตามผิวหนัง ซึ่งอาจจะมีผื่นหรือไม่มีผื่นร่วมด้วยก็ได้

สาเหตุ
อาการผิวแห้งในคนปกติ ส่วนใหญ่มักจะพบในผู้ป่วยสูงอายุ ช่วงอายุ 70-80 ปี ซึ่งสาเหตุในผู้ป่วยกลุ่มนี้ มักจะมาจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุของการลดลงของความชุ่มชื้นตามธรรมชาติ การรับประทานยาบางชนิด เช่น กลุ่มยาขับปัสสาวะ ยาลดไขมัน หรือ แม้แต่การอาบน้ำบ่อย ๆ อาบน้ำอุ่น ก็ล้วนแต่ทำให้ผิวแห้งมากขึ้น

อาการและอาการแสดง
ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมาด้วยอาการคันตามร่างกาย มักจะพบบริเวณปลายแขน ปลายขา มากกว่า ในบางรายอาจเกิดอาการคันทั้งตัวได้ หรือในรายที่อาการรุนแรงมากขึ้น อาจเกิดผื่นคันตามตัวตามได้ ซึ่งผื่นมักจะเป็นผื่นแห้ง แดง คัน มีขุย หรือรอยแผลถลอก จากการเกาของผู้ป่วยได้ด้วย

การวินิจฉัยโรค
การวินิจฉัยจะดูจากอาการแสดงมากกว่า คือ พบอาการแห้ง และผื่นผิวหนังอักเสบ

การวินิจฉัยแยกโรค
การวินิจฉัยแยกโรคขึ้นกับตำแหน่งที่เกิดอาการ โดยมากต้องแยกกับผื่นผิวหนังอักเสบอื่น ๆ เช่น ภูมิแพ้ผิวหนัง (atopic dermatitis), ผื่นแพ้สัมผัส (contact dermatitis) เป็นต้น

การรักษา
การรักษาผิวที่แห้งผู้ป่วยจำเป็นต้อง
1. ทำให้ผิวกลับมาชุ่มชื้น โดยทาครีมบำรุง หรือครีมที่เก็บความชุ่มชื้นไว้ที่ผิวได้
2. ถ้าผิวหนังมีอาการอักเสบแดง คันมาก อาจจำเป็นต้องทาครีมสเตียรอยด์ เพื่อช่วยลดการอักเสบบริเวณผื่นที่เป็น ซึ่งควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อป้องการการเกิดผลข้างเคียงของการใช้ยา ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง
3. ถ้ามีอาการคันมาก จนรบกวนชีวิตประจำวัน สามารถรับประทานยาในยาต้านฮีสตามีน (antihistamine) เพื่อช่วยลดอาการคัน

คำแนะนำสำหรับการดูแลเบื้องต้นด้วยตนเอง
ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการผิวแห้ง หรือสิ่งที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิว เช่น การอาบน้ำบ่อย, การอาบน้ำอุ่น, การใช้สบู่, การใช้น้ำยาทำความสะอาดแผล เช่น alcohol, antimicrobial product เป็นต้น
ส่วนการรับประทานยาบางชนิดที่ทำให้ผิวแห้ง เช่น ยาลดไขมันในเลือด ถ้ายังมีความจำเป็นในการรักษาโรคประจำตัวของผู้ป่วย ก็สามารถใช้ต่อไปได้ แต่ถ้าสามารถเปลี่ยนเป็นยาตัวอื่นได้ ก็ควรเปลี่ยน
Share: