บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคหนังแข็ง

ผศ. พญ. ภาวิณี ฤกษ์นิมิตร
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย


โรคหนังแข็ง (scleroderma) พบได้ไม่บ่อยนัก โดยพบในผู้หญิงได้บ่อยกว่าชายอัตราส่วน 3:1 ช่วงอายุที่เกิดโรคคือ 30 ถึง 50 ปี เป็นโรคที่มีความผิดปกติทั้งที่อวัยวะสำคัญภายในร่างกาย เช่น ปอด, หัวใจ, ไต, และทางเดินอาหาร ทั้งยังมีอาการแสดงออกทางผิวหนัง คือ ผิวจะแข็งและตึง ทำให้ตรวจพบและวินิจฉัยได้

สาเหตุ
สาเหตุที่แท้จริงไม่ทราบแน่ชัด แต่คาดว่าเกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่ผิดปกติ กล่าวคือ ในเลือดของผู้ป่วยจะตรวจพบแอนติบอดี้หรือสารต้านเซลล์ของตนเองหลายชนิด ซึ่งอาจจะกระตุ้นให้หลอดเลือดในร่างกายผิดปกติ, ผิวหนังขาดความยืดหยุ่นและแข็งตึงขึ้น นอกจากนี้พันธุกรรมอาจมีส่วนในการเกิดโรค แต่ยังมีปัจจัยจากภายนอกอย่างอื่นมาประกอบร่วมจนนำไปสู่ความผิดปกติของร่างกายในหลายระบบ อย่างไรก็ตามโรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อ ญาติสามารถให้การดูแลใกล้ชิดแก่ผู้ป่วยโดยไม่มีอันตราย

อาการและอาการแสดง
ผู้ป่วยส่วนมาก (มากกว่าร้อยละ 90) มีอาการปวดปลายนิ้วเมื่ออยู่ในที่อุณหภูมิต่ำ เช่น เมื่อหยิบของจากช่องแช่แข็งในตู้เย็น เป็นต้น นอกจากอาการปวดแล้ว เมื่อสังเกตที่ปลายนิ้วมือและเท้าอาจเห็นเปลี่ยนสีเป็นสีเขียว, ซีด และม่วงคล้ำ หากมีอาการรุนแรงปลายนิ้วขาดเลือดไปเลี้ยงจะเกิดแผลแตก และเนื้อตายเห็นเป็นสีดำในที่สุด (รูปที่ 1)


รูปที่ 1 แสดงแผลแตกที่ปลายนิ้วในผู้ป่วยหนังแข็ง

ผิวของผู้ป่วยจะขาดความยืดหยุ่นโดยเริ่มที่ส่วนปลายของร่างกายเช่นนิ้วมือ, แขนและขา เมื่อทดลองดึงขึ้นด้วยนิ้วชี้และนิ้วโป้ง จะไม่สามารถดึงผิวหนังขึ้นได้คล้ายผิวโดนยึดไว้กับเนื้อเยื่อด้านล่าง ผิวที่แข็งขึ้นตึงจะทำให้ขยับนิ้วและข้อมือลำบาก นิ้วมีลักษณะเหมือนลำเทียน (รูปที่ 2)


รูปที่ 2 นิ้วมีลักษณะเหมือนลำเทียน (sclerodactyly) ผิวแข็งตึงขึ้น

นอกจากส่วนปลายของร่างกายแล้ว ผู้ป่วยบางรายมีผิวหนังแข็งทั้งที่บริเวณใบหน้า, ลำคอ และลำตัว ทำให้ ขยับริมฝีปาก และแสดงอารมณ์ได้ลำบาก

เมื่อสังเกตสีผิว พบว่าผิวจะคล้ำขึ้น ผู้ป่วยบางรายคล้ำขึ้นทั่ว ๆ ทั้งร่างกาย แต่ในบางรายนอกจากผิวคล้ำเป็นหย่อม ๆ แล้วยังมีจุดขาวคล้าย ๆ ด่างขาวกระจายปนอยู่ด้วย (รูปที่ 3)

รูปที่ 3 ผิวของผู้ป่วยมีสีคล้ำขึ้น และมีจุดขาวกระจายปนอยู่

นอกจากอาการแสดงทางผิวหนังแล้ว ผู้ป่วยอาจมีความผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร ทำให้กลืนลำบาก รับประทานอาหารได้น้อยลง เหนื่อยง่ายเนื่องจากมีความผิดปกติของปอดและหัวใจ ไปจนถึงความผิดปกติของไตได้อีกด้วย

การวินิจฉัยโรค และ การวินิจฉัยแยกโรค
อาศัยการซักประวัติและตรวจร่างกายของผู้ป่วย หลักจากนั้นทำการตรวจเลือดเพื่อหาสารต้านเซลล์ของตนเองหรือแอนติบอดี้ นอกจากนี้ ยังควรตรวจหาความผิดปกติของอวัยวะภายในต่าง ๆ เช่น การตรวจทางทางเดินอาหารเพื่อดูการเคลื่อนไหวของทางเดินอาหารส่วนบน, การเอกซ์เรย์ปอดและเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ทรวงอก เพื่อสืบค้นความผิดปกติของปอด, การตรวจปัสสาวะและค่าการทำงานของไตเป็นต้น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการและอาการแสดงของผู้ป่วยในแต่ละราย

การรักษา
เนื่องจากโรคมีอาการแสดงในหลายระบบ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากแพทย์ในหลายสาขา การรักษาในปัจจุบันใช้ยาชนิดรับประทาน เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดปลายนิ้วและลดการตึงแข็งของผิวหนัง หากมีอาการหลายระบบ อาจต้องรับประทานยาหลายชนิด ผู้ป่วยที่กลืนอาหารลำบากต้องให้ความระมัดระวังในการกลืน โดยรับประทานแต่น้อยและรับประทานบ่อย ๆ ป้องกันการสำลักอาหาร ซึ่งอาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงได้

การพยากรณ์โรค
เมื่อได้รับการรักษาผิวที่แข็งจะนุ่มลงได้และสีผิวที่คล้ำขึ้นรวมไปถึงรอยด่างขาวจะค่อย ๆ จางลง อย่างไรก็ตาม การรักษาต้องใช้เวลาก่อนที่จะได้ผลการรักษาอย่างเต็มที่ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้ป่วยในการมาตรวจติดตามอย่างสม่ำเสมอ และแจ้งแพทย์เมื่อมีอาการผิดปกติเพิ่มเติม เพื่อให้การรักษาได้อย่างทันท่วงที

คำแนะนำสำหรับการดูแลเบื้องต้นด้วยตนเอง
เมื่อสงสัยว่ามีอาการของโรค แนะนำให้มาพบแพทย์ เพื่อได้รับการวินิจฉัยและรักษาที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ประชากรจำนวนหนึ่งมีอาการปวดนิ้วมือเมื่อสัมผัสอากาศเย็น โดยเฉพาะในเพศหญิงที่อายุน้อยกว่า 30 ปี อาการลักษณะนี้พบได้ และไม่ได้บ่งชี้ว่าจะกลายเป็นโรคหนังแข็งในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม หากมีอาการปวดนิ้วอย่างมาก จนเกิดแผลแตก ให้รีบมาพบแพทย์อย่างทันท่วงที
Share: