บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

การสลายไขมัน

พญ. นัทยา วรวุทธินนท์
หน่วยตจศัลยศาสตร์และเลเซอร์ผิวหนัง
สถาบันโรคผิวหนัง กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

ในปัจจุบันได้มีการเอาใจใส่สุขภาพและการดูแลตนเองมากขึ้นรวมถึง อยากมีสัดส่วนที่ได้รูป จึงพยายามหาวิธีลดไขมันส่วนเกิน รวมถึงได้มีการพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ ที่เข้ามาช่วยในการกระชับสัดส่วนอยากมากมาย การรู้ถึงการเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงจากการใช้เครื่องมือดังกล่าว ผลที่จะได้รับ รวมถึงผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งจำเป็น

การสลายไขมัน (lipolysis) และการดูดไขมัน (liposuction) คืออะไร
การสลายไขมัน คือ การใช้กลุ่มเครื่องมือที่ช่วยสลายเซลล์เนื้อเยื่อไขมันให้กลายสภาพเป็นลักษณะเหลว เพื่อให้ง่ายต่อการดูุดไขมัน ทำให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับวิธีการดูดไขมันปกติ แต่เสียเลือดน้อย นอกจากนี้บางเครื่องมือยังอาจเพิ่มความตึงกระชับให้กับผิวหนังส่วนที่หย่อนคล้อยได้ด้วย

การดูดไขมัน คือ การเอาไขมันชั้นใต้ผิวหนังออกจากส่วนที่เราต้องการกำจัดออกโดยการใช้เครื่องมือช่วยดูดออกมา

การดูดไขมันทำอย่างไร
การดูดไขมันแบบดั้งเดิม (conventional liposuction) คือ การดูดไขมันออกมาโดยใช้เครื่องดูดไขมันโดยไม่มีเครื่องช่วยสลายก่อนดูดไขมัน พบว่าสามารถดูดไขมันออกมาได้ดี แต่ความเสี่ยงระหว่างผ่าตัดมีค่อนข้างสูง เนื่องจากใช้เวลานาน โอกาสเกิดเลือดออกใต้ผิวหนังและเกิดรอยช้ำได้มากกว่า มีแนวโน้มที่จะเลือดมากว่าแบบอื่นและใช้เวลานาน


มีเครื่องมืออะไรบ้างที่สลายเพื่อใช้ในการดูดไขมัน

1. เครื่องมือช่วยสลายเพื่อใช้ในการดูดไขมัน
1.1 เลเซอร์ช่วยสลายไขมัน (laser assisted-lipolysis)
เช่น Smartlipo® , Slimlipo® , AccuSculpt® เป็นการสลายไขมัน โดยใช้แสงที่มีความยาวคลื่นจำเพาะต่อเซลล์ไขมัน ทำให้สลายไขมันกลายเป็นของเหลวก่อนแล้วดูดออก

1.2 อัลตราซาวด์ช่วยสลายไขมัน (ultrasound-assisted liposuction) ตัวอย่างเช่น VASER® ซึ่งเป็นการใช้ คลื่นอัลตร้าซาวด์ในการสลาย ไขมันให้ละลายก่อนแล้วค่อยดูดออก ลดการเสียเลือดและการบาดเจ็บ ของเนื้อเยื่อใต้ผิวหนัง แต่แพทย์ควรมีความชำนาญในการใช้เครื่องชนิดนี้เพราะอาจเกิดผลข้างเคียงเช่น ผิวไหม้และเกิดตุ่มน้ำบนผิวหนังได้

1.3 คลื่นวิทยุช่วยสลายไขมัน (radiofrequency-assisted liposuction) ชึ่งก็จะเป็นการที่ทำให้ไขมันกลายเป็นของเหลวก่อนโดยใช้ คลื่นวิทยุ แล้วจึงกำจัดโดยการใช้เครื่องมือดูดออก

การเลือกใช้เครื่องมือชนิดใดนั้นแล้วแต่บริเวณและขนาดของไขมันที่ต้องการกำจัด ซึงแต่ละวิธีมีข้อดีและเสียแตกต่างกัน

2. การฉีดสารเพื่อลดไขมันส่วนเกิน
มีการนำมาใช้ค่อนข้างแพร่หลายในปัจจุบัน ตัวอย่างเช่น L-carnitine, deoxycholate, phosphatidylcholine ยังไม่พบว่ามีหลักฐานแสดงประสิทธิภาพในการรักษา แต่อาจจะทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอันไม่พึงประสงค์ได้

3. คลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) เช่น Ultrashape®
คลื่นเสียงความถี่สูงจะถูกกำหนดให้ทำในบริเวณไขมันส่วนเกินบริเวณที่ต้องการกำจัด
โดยคลื่นจะถูกยิงมาชนกันใต้ผิวหนังที่ความลึกประมาณ1.5 เซ็นติเมตร บริเวณนั้นจะเป็นจุดที่มีพลังงานที่สูง เซลล์ไขมันจะโดนกระตุ้นทำให้เกิดฟองอากาศภายในและเกิดการแตกออก หลังจากนั้น เซลล์ไขมันที่แตกตัวจะถูกดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด แล้วถูกนำไปเผาผลาญ โดยระบบการกำจัดไขมันของร่างกายตามธรรมชาติ และเนื่องด้วยความจำเพาะเจาะจงของคลื่นอัลตร้าซาวด์ จึงทำให้ไม่มีการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่อบริเวณใกล้เคียง เส้นเลือด เส้นประสาท ไม่เกิดรอยแผล ไม่มีอาการช้ำ
- ผู้ที่เหมาะสมกับการรักษาด้วยวิธีนี้: ผู้ที่มีไขมันสะสมเฉพาะที่ มีชั้นไขมันอย่างน้อย 1.5 เซ็นติเมตร
- ผู้ที่ไม่เหมาะสมกับการรักษา: ผู้ที่อ้วนมากเกินไป, มีชั้นไขมันสะสมน้อยกว่า 1.5 เซ็นติเมตร, มีผิวหนังหย่อนยานหลังตั้งครรภ์ หรือจากอายุมาก

4. คลื่นวิทยุความถี่สูง (Radio frequency - RF) เช่น Vela II®
Vela II เป็นการทำงานร่วมกันของคลื่นวิทยุ (RF) พลังงานความร้อนจากแสง infrared (IR) และร่วมกับลูกกลิ้ง (roller) และระบบสูญญากาศ (vacuum) โดยความร้อนจาก IR และ RF จะเพิ่มการเผาผลาญไขมันใต้ผิว ทำให้เซลล์ไขมันลดขนาดลง ผิวเรียบเนียน กระชับขึ้น ส่วนการทำงานของ vacuum และ roller จะทำให้เซลลูไลท์แตกตัวกระจายออกและไหลเวียนออกไปตามระบบน้ำเหลืองได้ดีขึ้น ควรได้รับการรักษาติดต่อกัน 4-6 ครั้ง (สัปดาห์ละ 1 ครั้ง) หลังจากครบแล้วให้มาทำการรักษาต่อเนื่อง เพื่อคงผลการรักษาไว้ เดือนละ 1 ครั้ง ใช้เวลาการรักษา ครั้งละ 25-30 นาที (ขึ้นกับบริเวณที่ทำการรักษา)
- ผู้ที่เหมาะสม: ผู้ที่ต้องการลดเซลลูไลท์หรือมีไขมันส่วนเกินสะสมอยู่ตามบริเวณต้นขา, สะโพก, ก้น, หน้าท้องหรือต้นแขน ต้องการลดสัดส่วน ให้ผิวกระชับขึ้น และขนาดของเส้นรอบวงโดยที่ไม่ต้องผ่าตัด, ไม่ต้องแทงเข็ม

5. ความเย็นสลายไขมัน (cryolipolysis) เช่น Cool sculpting ของ Zeltiq®
เครื่องมือนี้ทำงานโดยการส่งคลื่นความเย็นในระดับจุดเยือกแข็งลงไปใต้ชั้นผิวหนังและควบคุมความเย็นให้ได้อุณหภูมิที่เหมาะสม โดยความเย็นระดับจุดเยือกแข็งนี้จะเลือกทำลายเฉพาะแต่เซลล์ไขมัน แต่ไม่ได้ทำลายส่วนอื่น ๆ หลังจากนั้นเซลล์ไขมันจะเกิดการอักเสบ เกิดการสั่งการให้ทำลายตัวเอง (apoptosis) และจะตายไปเรื่อย ๆ ร่างกายก็จะกำจัดเซลล์ที่ไขมันที่ตายแล้วออกไปตามธรรมชาติ ภายในระยะเวลา 3 เดือน หลัง 3 เดือนชั้นไขมันก็จะจัดเรียงตัวใหม่อย่างเป็นระเบียบ ความหนาของชั้นไขมันก็จะบางลง

ผลการทดลองเฉลี่ยทดลองกับมนุษย์ จะช่วยสลายไขมันได้ประมาณ 22% จากการรักษา 1 ครั้ง โดยทั่วไปจะทำไม่เกิน 2 ครั้งในพื้นที่เดิม ระยะห่าง 3-4 เดือน


- Zeltiq เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมบริเวณ ต้องการลดเฉพาะส่วน วิธีการนี้ไม่เหมาะกับคนที่อ้วนมาก ๆ

สรุป
การเลือกวิธีการลดสัดส่วนจึงจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การเลือกผู้ที่ทำการรักษาที่เหมาะสมกับเครื่องมือชนิดต่าง ๆ จึงมีความสำคัญเพื่อให้ได้การตอบ สนองต่อการรักษาได้อย่างตรงจุดและเกิดประโยชน์สูงสูด
Share: