บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ

ร.อ.หญิง พญ. ชุติกา ศรีสุทธิยากร
แผนกผิวหนัง กองอายุรกรรม
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า


โรคเซลล์เนื้อเยื่ออักเสบ (cellulitis) เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียในผิวหนังชั้นไขมัน รวมถึงชั้นหนังแท้ชั้นลึก

สาเหตุ
โดยทั่วไปเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเชื้อมักเข้าสู่ผิวหนังผ่านรอยแผล ซึ่งบางครั้งแผลมีขนาดเล็ก ผู้ป่วยไม่ได้สังเกต

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อง่าย และรุนแรงได้แก่ ในผู้ป่วยที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง (เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ป่วยโรคเอดส์), ผู้ที่ติดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผู้ที่ใช้สารเสพติดชนิดฉีดเข้าเส้น ผู้ที่มีขาหรือแขนบวมเฉพาะที่จากมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณนั้นอุดตัน เป็นต้น

อาการและอาการแสดง
ในผู้ใหญ่มักพบรอยโรคที่บริเวณ แขน ขา ส่วนในเด็ก การมักพบบริเวณใบหน้า บริเวณที่ติดเชื้อมีอาการ ปวด บวม แดง ร้อน ขอบเขตของรอยโรคไม่ชัดเจน ผิวหนังบริเวณนั้นอาจบวมพองเป็นตุ่มน้ำ ตุ่มหนอง หรือพบผิวหนังบริเวณนั้นตาย อาจพบมีต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง บวมโต และกดเจ็บได้ (เช่น ต่อมน้ำเหลืองบริเวณขาหนีบ ในกรณีที่มีการติดเชื้อบริเวณขา อาจมีอาการไข้ หนาวสั่น ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อร่วมด้วย



การวินิจฉัยโรค
โดยทั่วไปวินิจฉัยได้จากอาการและอาการแสดงเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องตรวจทางห้องปฏิบัติการ

ในรายที่อาการรุนแรงไม่ตอบสนองต่อการรักษาเบื้องต้น หรือในผู้ป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง การเพาะเชื้อจากเลือด หรือการตัดชิ้นเนื้อบริเวณรอยโรค ส่งย้อมเชื้อ หรือเพาะเชื้อ จะช่วยในการตัดสินใจของแพทย์เพื่อเลือกยาปฏิชีวนะให้ตรงกับเชื้อ

การตรวจทางรังสีวินิจฉัย เช่น การทำอัลตราซาวด์ หรือการตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) ทำในรายที่อาการรุนแรง สงสัยว่าโรคลามไปสู่เนื้อเยื่อชั้นลึก

ในรายที่อาการแสดง ไม่ชัดเจน การตัดชิ้นเนื้อ มีส่วนช่วยวินิจฉัย แยกจากโรคอื่นที่อาการคล้ายกันได้

การวินิจฉัยแยกโรค
วินิจฉัยแยกจากโรคผิวหนังอักเสบชนิดอื่นที่มีอาการคล้ายกัน เช่น ผิวหนังอักเสบจากเส้นเลือดขอด หรือเส้นเลือดดำอุดตัน ผื่นแพ้ผิวหนังอักเสบ ผิวหนังอักเสบจากยาฉีด หรือผิวหนังอักเสบจากการฉายแสงบริเวณนั้น เป็นต้น

การรักษา
โดยการใช้ยาปฏิชีวนะ ทั้งแบบกินหรือฉีด ซึ่งการให้ยาชนิดไหนและวิธีใดขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วยและการตัดสินใจของแพทย์ผู้รักษาเป็นหลัก

การพยากรณ์โรค
ในรายที่เป็นรุนแรงโดยเฉพาะในกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง อาจเกิดติดเชื้อในกระแสเลือดและเสียชีวิตได้

คำแนะนำสำหรับการดูแลเบื้องต้นด้วยตนเอง
ควรพบแพทย์เพื่อให้การวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม ไม่แนะนำให้ซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง
Share: