บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

ผื่นตุ่มน้ำในเด็ก

พญ. อรยา กว้างสุขสถิตย์
งานพยาธิวิทยาคลินิก สถาบันโรคผิวหนัง


ผื่นตุ่มน้ำ เป็นอาการแสดงที่เกิดจากการแยกตัวของชั้นผิวหนัง ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น การติดเชื้อที่ผิวหนัง ภาวะแพ้ยา โรคผื่นแพ้สัมผัส โรคตุ่มน้ำที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม และโรคตุ่มน้ำพองที่เกิดจากภูมิคุ้มกัน ผื่นตุ่มน้ำในเด็กเกิดจากสาเหตุต่าง ๆ คล้ายคลึงกับในผู้ใหญ่ ทั้งนี้ช่วงอายุที่เป็นผื่น ระยะเวลาที่เป็น และลักษณะของตุ่มน้ำ มีส่วนสำคัญในการช่วยวินิจฉัยแยกโรค โรคผื่นตุ่มน้ำในเด็กที่พบบ่อยได้แก่

1. โรคติดเชื้อที่ผิวหนัง
การติดเชื้อที่ผิวหนังจากไวรัสหรือแบคทีเรียบางชนิด ทำให้เกิดอาการแสดงเป็นตุ่มน้ำได้ ผู้ป่วยมักมีไข้ ปวดเมื่อยตามตัวเป็นอาการนำ เช่น
1.1 การติดเชื้อไวรัสเริมครั้งแรก (herpes simplex virus) จะพบตุ่มน้ำและแผลถลอกที่ปากและเยื่อบุ ร่วมกับอาการไข้และต่อมน้ำเหลืองโต
1.2 โรคสุกใส (chickenpox) จะพบตุ่มน้ำหรือตุ่มหนองขนาดเล็กกระจายตามตัวแล้วตกสะเก็ดในระยะเวลา 1 สัปดาห์
1.3 โรคงูสวัด (herpes zoster) ที่จะมีตุ่มน้ำเรียงตัวเป็นแนวเส้นพบบ่อยที่ลำตัว โดยที่ผื่นไม่กระจายข้ามไปอีกด้านหนึ่ง
1.4 โรคมือ เท้า ปาก (hand-foot-mouth disease) ทำให้เกิดอาการตุ่มใสเล็ก ๆ ในปากและฝ่ามือฝ่าเท้าได้เช่นกัน
1.5 โรคพุพอง (bullous impetigo) พบมากในเด็ก เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ผิวหนัง อาการเริ่มต้นจะเป็นผื่นแดงคัน หรือเป็นตุ่มพองซึ่งจะแตกเป็นแผลถลอกตื้น ๆ หรือเป็นแผลแฉะ มีน้ำเหลืองร่วมกับสะเก็ดสีเหลือง มักเป็นบริเวณรอบจมูก แขนขา


ตุ่มแดง ตุ่มน้ำขนาดเล็กและตุ่มหนองในระยะต่างๆกันกระจายทั่วตัว ในโรคสุกใส

ผื่นตุ่มแดงและตุ่มน้ำและตุ่มที่เป็นสะเก็ดเรียงตัวกันเป็นแนวเส้นที่บริเวณลำตัวด้านข้างในโรคงูสวัด

ผื่นตุ่มน้ำที่แตกเป็นแผลถลอกร่วมกับสะเก็ดน้ำเหลืองในโรคพุพอง (bullous impetigo)

2. ผื่นแพ้ยา
ลักษณะผื่นจากภาวะแพ้ยามีได้หลายแบบและความรุนแรงแตกต่างกัน อาจมีลักษณะเป็นผื่นแดง หรือเป็นตุ่มน้ำ ในบริเวณมือเท้า ริมฝีปาก หรืออวัยวะเพศ ผื่นแพ้ยารุนแรงจะมีผื่นแดงทั่วตัวและเป็นตุ่มน้ำหรือผิวถลอกหลุดลอกทั่วตัว ร่วมกับแผลถลอกที่เยื่อบุตา ปาก หรืออวัยวะเพศ และอาการในระบบอื่น ๆ ยาที่พบเป็นสาเหตุบ่อย ๆ คือกลุ่มยาปฏิชีวะนะ (เช่น เพนนิซิลลิน ซัลฟา) ยากันชัก และยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

ลักษณะตุ่มน้ำในผื่นแพ้ยาชนิด bullous fixed drug eruption

3. โรคผื่นแพ้สัมผัส
ผื่นที่เกิดจากการแพ้สัมผัส ในระยะแรกจะมีลักษณะบวมแดง ร่วมกับอาการคันมาก อาจพบตุ่มน้ำเล็ก ๆ มีสะเก็ดหรือเป็นน้ำเหลืองแฉะในบริเวณที่สัมผัสสาร กรณีที่เป็นเรื้อรังจะไม่พบลักษณะบวมแดงหรือตุ่มน้ำ แต่ผิวหนังจะหนาตัว แห้งมีสะเก็ดขุยคล้ายกับการระคายเคืองที่ผิวหนัง โรคนี้สามารถวินิจฉัยได้จากประวัติการสัมผัสกับสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ร่วมกับอาการที่จำเพาะดังกล่าว โดยสารที่พบเป็นสาเหตุของการแพ้ได้บ่อยคือ โลหะนิเกิล ยาปฏิชีวนะชนิดนีโอมัยซิน และสารหอม (fragrance)


ผื่นแพ้พาสเตอร์ทำให้เกิดลักษณะตุ่มน้ำพองในบริเวณที่สัมผัสกับกาวในพาสเตอร์

4. โรคตุ่มน้ำที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม (Epidermolysis bullosa, EB)
ผู้ป่วยจะมีอาการตุ่มน้ำหรือผิวถลอกตั้งแต่เกิด หรือภายหลังเกิดไม่นาน อาจเป็นเฉพาะที่หรือทั่วตัว ความรุนแรงต่าง ๆ กัน บางชนิดทำให้เกิดแผลเป็น และอาจพบความผิดปกติของเล็บหรือฟันหรืออวัยวะอื่น ๆ ร่วมด้วย

5. โรคตุ่มน้ำพองที่เกิดจากภูมิคุ้มกัน
ผู้ป่วยจะมีตุ่มน้ำเกิดขึ้นเรื้อรังเป็น ๆ หาย ๆ คล้ายกับที่พบในผู้ใหญ่ โรคกลุ่มนี้มีหลายโรค ที่พบบ่อยในเด็ก ได้แก่

5.1 โรคตุ่มน้ำเรื้อรังในเด็ก (Chronic bullous disease of childhood, CBDC)
มักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี อาจพบตุ่มน้ำเฉพาะที่หรือกระจายทั่วตัว มักพบบ่อยที่หน้า บริเวณรอบปาก แขนขา อวัยวะเพศ และลำตัว ลักษณะเด่นคือ จะพบตุ่มน้ำใหม่เกิดขึ้นที่ขอบของตุ่มน้ำอันเดิมที่ยุบแล้ว เมื่อตุ่มน้ำยุบมักไม่เป็นแผลเป็น แต่อาจทิ้งรอยขาวหรือดำที่ผิวหนัง มักพบการถลอกของเยื่อบุในปากหรือที่ตาร่วมด้วยได้บ่อยประมาณ 60-70% การวินิจฉัยโรคนี้ใช้ลักษณะอาการทางผิวหนังที่จำเพาะ ร่วมกับการตรวจชิ้นเนื้อผิวหนังและวิธีการทางอิมมูนวิทยา โรคนี้มีการพยากรณ์ที่ดี คือมักตอบสนองกับการรักษาด้วยยา แดปโซนหรือยาสเตียรอยด์ ส่วนใหญ่มักหายภายใน 5 ปี ส่วนน้อยที่จะมีอาการไปจนถึงช่วงวัยรุ่น


ลักษณะตุ่มน้ำใหม่เกิดขึ้นที่ขอบของตุ่มน้ำอันเดิมที่ยุบแล้ว ในโรคตุ่มน้ำเรื้อรังในเด็ก (CBDC)

5.2 Childhood bullous pemphigoid
Bullous pemphigoid เป็นโรคที่พบบ่อยในผู้ป่วยสูงอายุ ในเด็กพบไม่บ่อย ตุ่มน้ำจะมีลักษณะเต่งตึง อาจเกิดบนผิวปกติหรือบนผื่นนูนแดง มักเป็นทั่วตัว ในเด็กจะมีลักษณะที่แตกต่างกับในผู้ใหญ่ คือ จะพบตุ่มน้ำเด่นที่บริเวณหน้าและฝ่ามือฝ่าเท้า และมักจะพบตุ่มน้ำหรือรอยถลอกที่เยื่อบุปากและตาได้บ่อยกว่าในผู้ใหญ่ การวินิจฉัยต้องแยกโรคจากกลุ่มตุ่มน้ำพองเรื้อรังอื่น ๆ รวมทั้ง CBDC ที่พบได้บ่อยกว่า โรคนี้ตอบสนองต่อยาสเตียรอยด์ชนิดรับประทาน และมีพยากรณ์โรคดี ส่วนใหญ่มักหายภายใน 1 ปี


ลักษณะตุ่มน้ำเต่งตึงที่เกิดขึ้นบนผิวนูนบวมแดง ในโรค childhood bullous pemphigoid

6. สาเหตุอื่น ๆ เช่น การถูกแมลงสัตว์กัดต่อย การแพ้ระคายเคืองจากสารพิษ หรือแสงแดด ซึ่งวินิจฉัยได้ไม่ยากจากประวัติ


การปฏิบัติตัวเบื้องต้นเมื่อมีผื่นตุ่มน้ำ
งดการเจาะหรือแกะเกาตุ่มน้ำ ทำความสะอาดบริเวณที่เป็นผื่นด้วยสบู่อ่อนๆ ไม่ควรพอกยาหรือสมุนไพรเพราะอาจทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ควรพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยและรับการรักษา
Share: