บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

ปานโอตะ

นพ. สมศักดิ์ ตันรัตนากร
สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


ปานโอตะ (Nevus of Ota) เป็นปานสีน้ำเงินหรือน้ำตาลเข้ม เกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีที่ผิดปกติในชั้นใต้ผิวหนัง (dermal melanocytes)
ส่วนใหญ่ (90%) เป็นข้างเดียวของใบหน้า ตั้งแต่หน้าผาก ขมับและแก้ม บางรายอาจพบในตาขาวร่วมด้วย
ประมาณกึ่งหนึ่งของปานโอตะ เป็นตั้งแต่เกิด ส่วนที่เหลือเริ่มเป็นเมื่อย่างเข้าวัยรุ่น
พบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย (5 ต่อ 1)
ปานโอตะพบได้บ่อยถึง 0.2%-0.8% ของคนเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และไทย
ความเข้มของปาน อาจเปลี่ยนแปลงได้จากการมีประจำเดือน ความอ่อนเพลีย การนอนไม่หลับ หรือฤดูกาล
อย่างไรก็ตาม ไม่เคยพบว่า ปานชนิดนี้จะหาย ได้เอง

การรักษา
ไม่สามารถรักษาด้วยยาได้ การตกแต่งใบหน้าอย่างเข้มหรือ Make up เป็นวิธีการทั่วไปที่ใช้บ่อยเพื่อกลบเกลื่อนรอยปาน แต่ต้องแต่งหน้าแบบนี้ไปตลอดชีวิต

ส่วนการรักษาในอดีตไม่ว่าจะเป็น
การลอกหน้าด้วยสารเคมีประเภทกรด (chemical peeling)
การกรอหรือขัดผิว (dermabrasion)
การจี้ด้วยไฟฟ้า
การจี้ด้วยความเย็น
การปลูกถ่ายผิวหนัง
รวม ถึงการใช้เลเซอร์ชนิดทั่วไปแบบไม่จำเพาะ เช่น คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ (CO2 laser) ไม่สามารถทำลายเซลล์เม็ดสีที่อยู่ในชั้นใต้ผิวหนังได้หมด จึงแค่ทำให้ สีของปานจางลงบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะกลายเป็นแผลเป็น ซึ่งดูน่าเกลียดกว่าเดิม

รักษาด้วย Q-switched Nd-YAG laser
ในปัจจุบัน มีพัฒนาการของแสงเลเซอร์ที่สามารถทำลาย เฉพาะเม็ดสี (pigment) ที่ผิดปกติ เลเซอร์ชนิดจำเพาะ (Q-switched laser) เป็นเลเซอร์ชนิดพลังงานสูงพิเศษนี้ โดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียง จึงไม่ก่อให้เกิดแผลเป็น หลังรักษา ในการรักษาด้วยเลเซอร์ชนิดพิเศษนี้ ต้องรักษาต่อเนื่องประมาณ 3-8 ครั้ง แต่ละครั้งห่างกัน 6-12 สัปดาห์ ขึ้นกับขนาดและความเข้มของปาน

Share: