ข่าวสำหรับประชาชน

ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้! ก่อนทำทรีตเมนต์-เลเซอร์ในคลินิกความงาม

ที่มา: ASTV ผู้จัดการออนไลน์
14 มีนาคม 2555
Click


เพราะเดี๋ยวนี้ คลินิกเสริมความงามผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด ทั้งเลเซอร์ลบรอยดำ, รักษาฝ้า, กำจัดขน หรือแม้แต่กระชับผิวหน้าให้เต่งตึง ก็สามารถทำได้ง่าย ทำได้เร็ว …. ทว่าการเสริมสวยใกล้ตัว ที่แม้จะขึ้นชื่อว่าทำในคลินิก จะปลอดภัยแน่หรือ?

ในงานสัมมนา เหรียญ 2 ด้านของผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีเสริมความงามที่ประชาชนต้องรู้ซึ่งจัดโดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2555

นายแพทย์อุดมศักดิ์ วงศ์ปารมี คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง ในฐานะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ได้มาบรรยายให้ความรู้ พร้อมเตือนถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากการทำทรีตเมนต์-เลเซอร์

เราเลยถือโอกาสเก็บเกี่ยวความรู้มาให้คุณ ๆ ได้ทราบว่า ก่อนเข้าทำสวยตามคลินิกน่ะ มีเรื่องใดที่ต้องทราบ หรือต้องระวังกันบ้าง

คิดทำทรีตเมนต์-เลเซอร์ ต้องระวังอะไร

ในปัจจุบันเทคโนโลยีเกี่ยวกับความงาม นอกจากเลเซอร์แล้ว ยังมีเทคโนโลยีชนิดอื่นที่นำมาใช้ เช่น IPL (Intense Pulsed Light) หรือการใช้แสงความเข้มข้นสูงเพื่อช่วยให้หน้าขาวใส ส่วนอีกชนิดที่นำมาใช้กันเยอะ คือ การใช้คลื่นวิทยุ (Radio Frequency) ช่วยยกกระชับผิวหน้า ทำให้ผิวหน้าตึง

คนที่คางย้อย ๆ ก็สามารถยกขึ้นได้ ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อฟังคำโฆษณาเพลิน ๆ เราอาจเห็นแต่รูปที่สวยงาม เวลาเข้าไปคลินิกเหล่านี้ก็หวังว่าจะสวยงามอย่างที่เห็นในโฆษณา แต่แท้จริงแล้วเบื้องหลังความงามนั้น อาจมีบางมุมที่ซ่อนอยู่ เหมือนเหรียญอีกด้าน ซึ่งหากพิจารณาไม่ดี บางคนอาจต้องพบผลข้างเคียง เช่น

- ทรีตเมนต์ IPL อาจเกิดรอยไหม้ดำ, รอยแผลเป็นนูน หรือที่เรียกว่า คีลอยด์ (Keloid) ได้

- เลเซอร์กำจัดไฝ สำหรับบางคนที่มีประวัติว่าเป็นแผลง่าย หากไปทำการรักษาดังกล่าวอาจก่อให้เกิดแผลเป็นนูนได้ง่าย ซึ่งกรณีดังกล่าวหากคุณไปทำการรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ แพทย์จะแนะนำคนไข้ก่อนว่า ไม่ควรทำในตำแหน่งที่เกิดแผลเป็นได้ง่าย

- เลเซอร์ลอกผิวเพื่อรักษาฝ้า หากทำโดยแพทย์ที่ไม่ชำนาญ อาจจะเกิดผลข้างเคียง ทำให้คนไข้ผิวหนังไหม้ พุพอง รวมถึงอาจมีน้ำเหลืองไหลย้อยออกมาได้ ในกรณีที่มีการใช้พลังงาน (ของแสงเลเซอร์) มากเกินไป

- เลเซอร์ลบเลือนฝ้า กระ จุดด่างดำ การใช้เลเซอร์ในกลุ่มของ Q-switched Nd:YAG ซึ่งปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมและโฆษณากันเป็นจำนวนมาก ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้คือ ในบางรายอาจพบว่า คนไข้เกิดทั้งจุดขาว และจุดดำบริเวณที่ทำการรักษา สาเหตุเพราะการยิงเลเซอร์ ที่บางจุดได้พลังงานเลเซอร์น้อยเกินไปทำให้ไปกระตุ้นให้ฝ้ายิ่งดำขึ้น ส่วนจุดที่ขาว ก็เป็นเพราะได้รับพลังงานเลเซอร์มากเกินไป ทำให้เซลล์สร้างเม็ดสีตายไป ผล คือแทนที่จะหายฝ้า ก็กลายเป็นหน้ากระดำกระด่าง ซึ่งสภาวะอย่างนี้ การรักษาให้สีผิวกลับมาสม่ำเสมอเหมือนเดิมก็เป็นเรื่องยาก

- เลเซอร์กำจัดขน หากใช้พลังงานสูงเกินไป อาจเกิดตุ่มพองใส ๆ บริเวณรอบเส้นขน และเมื่อตุ่มใสหายไปจะเกิดเป็นแผลดำเป็นระยะเวลานานกว่าจะกลับมาสู่สภาพปกติ เป็นต้น


แพทย์ตัวจริง-อุปกรณ์ได้มาตรฐาน ตัวช่วยให้สวยปลอดภัย

คุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนัง อธิบายต่อว่า หลักการเบื้องต้นที่จะลดความเสี่ยง จากผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้จากการรักษาด้วยทรีตเมนต์หรือเลเซอร์ต่าง ๆ คือ การเลือกรักษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตัวจริง

วิธีการง่าย ๆ ที่จะป้องกันผลข้างเคียงที่อาจจะเกิดขึ้น คือ เราต้องไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ นั่นคือ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางผิวหนัง ซึ่งหลังเรียนจบแพทย์ 6 ปีแล้ว ต้องใช้เวลาฝึกอบรมอีก 4 ปี (ฝึกอบรมด้านอายุรกรรม 1 ปี และด้านผิวหนังอีก 3 ปี) หลังจากผ่านการฝึกอบรมจบแล้ว ก็ต้องไปสอบเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ถ้าสอบผ่านได้วุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) จากแพทยสภา ถึงจะได้เป็นแพทย์เฉพาะทางผิวหนังได้ แต่ปัจจุบันหากเราไปในบางคลินิก เราอาจจะได้เจอแพทย์ที่เป็นแพทย์จบใหม่ คือ เรียนจบแพทย์ 6 ปี ก็ถูกจ้างมาตรวจตามคลินิก ซึ่งแพทย์ที่จบใหม่ ๆ นี้ อาจมีความรู้ไม่เพียงพอ ทำให้มีโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการรักษาต่าง ๆ ได้

แต่หากเป็นแพทย์เฉพาะทาง ที่ไปเรียนต่อยอดด้านแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ไม่ว่าจะเป็นสถาบันในประเทศ หรือต่างประเทศ (จนได้วุฒิบัตร หรือ หนังสืออนุมัติ ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง จาก แพทยสภา หรือ Dermatologist) ก็พอจะเป็นการรับประกันได้ขั้นหนึ่งว่า โอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงจากการรักษาจะเกิดขึ้นได้น้อย

ส่วนคำถามที่ว่าจะทราบได้อย่างไรว่า ผู้ที่รักษาท่านอยู่นั้นเป็นแพทย์จริง ๆ หรือไม่ ขั้นแรก คือ เราสามารถเข้าไปที่เว็บไซต์แพทยสภา เพื่อตรวจดูขั้นต้นได้ว่า แพทย์ท่านนั้นเป็นแพทย์จริงหรือเปล่า และหากอยากทราบว่าเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังหรือไม่ ก็สามารถเข้าไปที่เว็บไซต์ของสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ที่จะมีการรวบรวมรายชื่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง ที่ได้รับ วุฒิบัตรฯ หรือ หนังสืออนุมัติ ฯ สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) จากแพทยสภา แสดงไว้ให้ทราบ
http://www.tmc.or.th/service_check_doctor.php
http://www.dst.or.th/html/index.php?op=article-search_md

อีกส่วนคือ การเลือกเครื่องมือ เน้นว่าเครื่องมือที่ใช้ต้องผ่านมาตรฐานทางวิชาการและความปลอดภัยของ อย. (สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา) ซึ่งจะสามารถรับรองได้ในระดับหนึ่งว่าผลข้างเคียงน้อย แต่แม้ว่าเครื่องที่ผ่าน อย.ก็จริง แต่หากแพทย์ผุ้ใช้ไม่มีความรู้เพียงพอ ก็อาจจะเกิดผลข้างเคียงจากการรักษาขึ้นมาได้

เผย! แพทย์ผิวหนังตัวจริง มีไม่มาก

คุณหมอผู้ดำรงตำแหน่งอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย ยังให้ข้อมูลที่น่าตกใจด้วยว่า แม้ทุกวันนี้เราจะเห็นคลินิกเสริมความงามทยอยเปิดตัวเปิดสาขามากขึ้นเรื่อย ๆ นับพันแห่ง ทว่าแท้จริงแล้ว แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังที่จบในประเทศไทยกลับมีไม่ถึง 500 ท่าน

ปัจจุบันมีแพย์ที่เป็นแพทย์ผิวหนังจริง ๆ ที่ได้รับวุฒิบัตรฯ หรือ หนังสืออนุมัติฯ สาขาตจวิทยา จากแพทยสภา มีเพียง 485 คนเท่านั้น ไม่ได้เยอะ และใน 486 คนนั้น น่าจะมีอยู่ประมาณ 50-60 ท่าน ที่ไม่ได้ประกอบอาชีพด้านเวชกรรมแล้ว (คือ เลิกรักษาคนไข้แล้ว) ดังนั้นในความเป็นจริงแล้ว หมอผิวหนังไม่ได้มีมาก
http://www.dst.or.th/html/index.php?op=article-search_md

นายแพทย์อุดมศักดิ์ วงศ์ปารมี
อนุกรรมการประชาสัมพันธ์
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

Share: