ข่าวสำหรับประชาชน

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์
25 มกราคม 2553
Click


แพทย์ ผิวหนังเตือนคนอยาก หน้าสวยเด้ง ไร้รอยยับย่น จนแห่ใช้บริการปั่นเลือด ดึง "โกรท แฟคเตอร์" มาใช้ฉีดเข้าหน้า เพื่อแก้ปัญหาริ้วรอยบนผิวหนัง ยอมรับแม้เป็นวิธียอดฮิตใน ขณะนี้ แต่วงการแพทย์ผิวหนังยังไม่ยอมรับ เหตุไม่มีผลวิจัยชี้ชัดว่าเป็นวิธีการรักษาที่เป็นไปตามมาตรฐาน หนำซ้ำ ยังอาจเสี่ยงติดเชื้อระหว่างลงเข็ม เผยคลินิกเสริมสวยใช้ กลยุทธ์การตลาดโฆษณาแต่ด้านดี ขณะเดียวกันแพทยสภา เตรียมขยับจัดการหมอที่รับทำ ร่อนหนังสือสอบถามราชวิทยาอายุรแพทย์ พร้อมนำเรื่องเข้าพิจารณาด้านจริยธรรม

ใน ขณะที่คนไทยส่วนใหญ่ยังติดกับค่านิยมต้องการมีใบหน้าขาวเนียน ไร้ริ้วรอยด่างดำหรือเหี่ยวย่น จนกลายเป็นการเปิดช่องให้มีการโหมโฆษณาผลิตภัณฑ์ ช่วยให้หน้าเด้ง ชะลอวัยกันอย่างครึกโครมในทุกสื่อ ดังนั้นเมื่อวันที่ 24 ม.ค. พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตศิลป กรรมการสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทยได้ออกมาเตือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระแสความนิยมในการนำเลือดมาปั่นแล้วนำ "โกรท แฟคเตอร์" ที่อยู่ในเกร็ดเลือดมาฉีดบนใบหน้าเพื่อความอ่อนเยาว์ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นไปตามมาตรฐานการรักษาของแพทย์ ผิวหนัง เนื่องจากยังไม่มีงานวิจัยที่ดำเนินการ ทดสอบกับจำนวนคนที่มากพอจนเป็นที่ยอมรับ นอกจากนี้อาจจะมีความเสี่ยงในเรื่องของอาการติดเชื้อ ความสะอาดและความปลอดภัย

"ขณะนี้มีกระแสความ นิยมในคลินิกเสริมความงาม โดยการนำเลือดไปปั่นให้ได้โกรท แฟคเตอร์ ซึ่งเป็นสารที่ทำให้เซลล์ทำงานเป็นปกติ เพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้ใบหน้าดูดีขึ้น ลดรอยเหี่ยวย่น ถือเป็นกลยุทธ์หนึ่งทางการตลาดเท่านั้น ส่วนข้อ เสียคือ อาจจะไม่ไม่มีผลการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย นอกจากนี้ ยังเจ็บตัว เสียเวลาและเสียเงินด้วย ที่ผ่านมากลยุทธ์ทางการตลาดต้องการที่จะขายของ ก็บอกแต่กลุ่มตัวอย่างวิจัยที่ได้ผลหรือบอกส่วนดีที่ได้ผลในห้องทดลอง แต่ไม่ได้บอกถึงข้อเท็จจริงหรือแง่ลบว่าใช้ในมนุษย์จริงๆแล้วเป็นอย่างไร" พญ.พรทิพย์กล่าว และว่า โดยปกติการทำให้ผิวขาวคือการลดปัจจัยที่ทำให้แสงกระทบกับผิวหน้า การใช้ครีมกันแดด รวมถึงการทำทรีตเมนต์ โดยให้เซลล์ผิวหนังชั้นขี้ไคลที่อยู่ชั้นนอกสุดลอกออก เพื่อให้เซลล์ผิวหนังชั้นกำพร้านั้นดูกระจ่างใส นอกจากนี้ ยังมีการใช้ยาโดยเน้นหยุดการสร้างเม็ดสีของผิว เช่น ยาไฮโดรควิโนน ซึ่งเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง แต่สามารถนำไปใช้เพื่อการรักษาได้

ด้าน นพ.สมศักดิ์ โล่ห์เลขา นายกแพทยสภา กล่าวว่า แพทยสภาได้ตรวจสอบการใช้เลือดมาปั่นแล้วนำโกรท แฟคเตอร์ที่อยู่ในเกร็ดเลือดมาฉีดบนใบหน้า ช่วยให้ผิวเต่งตึงแล้ว พบ ว่า วิธีการดังกล่าวยังไม่ได้รับการยอมรับทางการแพทย์ และถือว่าไม่ใช่วิธีการรักษาที่เป็นไปตามมาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ได้นำเรื่องดังกล่าว เข้าสู่การพิจารณาของคณะอนุกรรมการจริยธรรมว่ามีความเหมาะสมเป็นไปตามหลัก วิชาการหรือไม่ รวมทั้งแพทยสภาได้ทำหนังสือสอบถามไปยังราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย แล้ว เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า มีหลักฐานทางวิชาการอ้างอิงหรือไม่ หรือมีการวิจัยและตีพิมพ์ลงในวารสารทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับหรือไม่

ผู้ สื่อข่าว รายงานว่า จากการโทรศัพท์ไปสอบถาม สถานบริการความงามชื่อดังแห่งหนึ่ง ที่มีการโฆษณาว่าให้บริการลดริ้วรอยบนใบหน้าด้วยการใช้ "โกรท แฟคเตอร์" พบว่าการให้บริการโกรท แฟคเตอร์ 1 คอร์ส จำนวน 5 ครั้ง ราคา 24,000 บาท โดยอ้างว่าให้ดูผิวอ่อนเยาว์หน้าตึง สำหรับขั้นตอนเป็นการดูดเลือดจากแขน 10 ซีซี ผสมกับวิตามินซี จากนั้นฉีดกลับใบหน้า 22 จุด สามารถทำได้ทุกสาขา

ขณะ ที่การให้บริการโกรท แฟคเตอร์ ในสถานบริการเสริมความงามบางแห่ง ก็มีการโฆษณาว่าใช้สาร โกรท แฟคเตอร์ สกัด โดยเป็นสารสกัดที่นำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา อ้างว่าได้รับการรับรองจาก อย. อัตราค่าบริการ 1 คอร์ส จำนวน 4 ครั้ง 16,700 บาท หรือครั้งละ 5,500 บาท สรรพคุณทำให้ผิวหนังอวบอิ่ม ช่วยฟื้นฟูและสร้างเซลล์ผิวหนังใหม่ ทำให้ผิวเต่งตึงทันที อยู่ได้นานเป็นปี ตามด้วยระบุว่า ทั้งแพทย์และลูกค้าที่มาใช้บริการปลอดภัยดี นอกจากนี้ ยังพบว่าในอินเตอร์เน็ตมีการลงโฆษณาขาย "โกรท แฟคเตอร์" กันอย่างแพร่หลาย สารพัดรูปแบบ สนนราคาตั้งแต่หลักพันบาทไปจนถึงหลักหมื่นบาท ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตในหมู่ผู้เข้ามาใช้อินเตอร์เน็ตว่า โฆษณาบางชิ้นเป็นการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงหรือไม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปล่อยให้มีการอวดอ้างสรรพคุณเพื่อขายสินค้าได้ อย่างไร

Share: