ข่าวสำหรับประชาชน

ระวัง! ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์เสริมจมูก


ที่มา: Voice TV
25 กันยายน 2555

กรณีพริตตี้สาวที่ฉีดฟิลเลอร์เสริมสะโพกจนหมดสตินั้น คาดว่าจะเป็นสารโพลีอะคริลาไมด์ ซึ่งไม่สามารถรักษาได้แล้ว เนื่องจากสารชนิดนี้กระจายเข้าไปในเส้นเลือด

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์ ถนอม บรรณประเสริฐ หัวหน้าหน่วยศัลยกรรมตกแต่งและเสริมสร้างใบหน้า ภาควิชาโสต ศอ นาสิกวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีพริตตี้สาววัย 32 ปี ฉีดคอลลาเจนและฟิลเลอร์เข้าร่างกายจนหมดสติเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาว่า ฟิลเลอร์ที่อดีตผู้ช่วยแพทย์สถานเสริมความงามฉีดให้พริตตี้รายนี้ น่าจะเป็นสารโพลีอะคริลาไมด์ ซึ่งเป็นสารที่ไม่สลายตัว ให้ผลคล้ายซิลิโคน และอาจทำให้เกิดมะเร็งในระยะยาว

โดยกรณีนี้สารโพลีอะคริลาไมด์ อาจรั่วไหลเข้าไปในหลอดเลือดดำแล้วไปอุดตันที่ปอด จนไม่สามารถหายใจได้ตามปกติ เมื่อสมองขาดเลือดและออกซิเจน จึงหมดสติและกลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา ซึ่งความผิดพลาดในครั้งนี้เกิดจากความไม่เชี่ยวชาญของอดีตผู้ช่วยแพทย์ และหากดูตามอาการของพริตตี้รายนี้แล้ว เชื่อว่าจะไม่มีแนวทางการรักษาให้กลับมาเป็นปกติ

นอกจากนี้ นายแพทย์จินดา โรจนเมธินทร์ รักษาการผู้อำนวยการสถาบันโรคผิวหนัง ยังไม่แนะนำให้ฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมจมูก เพราะอาจพลาดไปโดนเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงบริเวณดวงตา ทำให้เกิดอาการเส้นเลือดตีบตันจนตาบอดถาวรได้ เนื่องจากดวงตาสามารถทนภาวะขาดเลือดได้แค่ 90 นาทีเท่านั้น ต่างจากผิวหนังที่ทนได้ 6 ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันพบผู้ป่วยลักษณะนี้ประมาณ 5-10 ราย จึงแนะนำให้ประชาชนที่ต้องการเสริมจมูกเลือกใช้วิธีอื่นแทน

ทั้งนี้สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย จึงเตือนให้ประชาชนระมัดระวังการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเสริมความงาม โดยจะต้องศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนการตัดสินใจ ทั้งประเภทของฟิลเลอร์ที่จะฉีด ค่าใช้จ่ายเหมาะสม ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น และความเชี่ยวชาญของแพทย์ ซึ่งผู้รับการรักษาสามารถสอบถามข้อมูลจากแพทย์ได้ตามสิทธิ แต่หากเกิดข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย

ตรวจสอบรายชื่อสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์) ที่ผ่าน อย. ได้ที่ http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/drgdrug/DSerch.asp
Share: