บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

การดูแลผม

พญ. ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี
สถาบันโรคผิวหนัง


เส้นผมปกติเป็นอย่างไร
คนเราจะมีเส้นผมทั้งศีรษะประมาณ คนละ 100,000-150,000 เส้น จะมีขนาดใหญ่หรือเล็ก ตรงหรือหยิก สีทองหรือสีดำ ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติและกรรมพันธุ์ เส้นผมปกติจะไม่ขาดง่ายแต่มีการหลุดร่วงได้เป็นประจำในทุกวัน ในคนปกติ ผมร่วงประมาณวันละ 50-100 เส้น การหลุดร่วงของผมขึ้นกับวงจรการเติบโตของเส้นผม ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะคือ
1. ระยะการเจริญเติบโต (Anagen Phase) ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 ปี
2. ระยะหยุดการเจริญเติบโต (Catagen Phase) ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 สัปดาห์
3. ระยะพัก (Telogen Phase) ใช้ระยะเวลาประมาณ 3 เดือนก่อนที่ต่อมผมจะเข้าสู่ระยะการเจริญเติบโตอีกครั้ง



การสระผมควรสระบ่อยแค่ไหน
การสระผมควรสระบ่อยเพียงใดขึ้นกับความยาวของผม, วัฒนธรรม, เพศ, เศรษฐานะ และความพึง-พอใจในแต่ละบุคคลเป็นสำคัญ ไม่มีจำนวนสูงสุดหรือต่ำสุดที่จำเป็นต้องทำ แต่ควรให้มีการบำรุงผมอย่างสม่ำเสมอ โดยส่วนใหญ่แล้ว การสระผมบ่อยเพียงใด มักขึ้นกับสภาพผมและหนังศีรษะของแต่ละบุคคล ถ้าหนังศีรษะมันอาจจะสระผมบ่อยได้ แต่ถ้าหนังศีรษะแห้งหรือผมแห้งมาก การสระผมบ่อยมากเกินไปอาจจะไม่เหมาะสม อาจทำให้หนังศีรษะหรือผมแห้งจนเกินไป หนังศีรษะอาจมีขุยหรือผมขาดง่ายแตกปลาย


การเลือกแชมพูและครีมนวดผมควรพิจารณาอะไรบ้าง
แชมพูประกอบไปด้วยสารทำความสะอาด, สารที่ก่อให้เกิดฟอง, สารบำรุงผม, น้ำหอม, สารกันบูด และอื่น ๆ การเลือกแชมพูควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพหนังศีรษะ เช่น ในคนหนังศีรษะหรือผมมันควรเลือกแชมพูที่มีสารทำความสะอาดที่สามารถชำระล้างความมันออกไปได้ดี เช่นเดียวกันกับคนที่มีปัญหาผมบาง เนื่องจากความมันบนหนังศีรษะอาจทำให้ผมดูลีบ ดังนั้น จึงควรเลือกแชมพูที่ขจัดความมันออกไปได้ดีเช่นกันและมีส่วนประกอบที่ทำให้ผมจัดทรงง่ายเพื่อปกปิดผมบางได้ดี ใน ขณะที่คนที่ดัดผมหรือทำสีควรเลือกใช้แชมพูที่มีสารทำความสะอาดที่ไม่แรงมาก ส่วนคนที่มีรังแค อาจพิจารณาเลือกแชมพูที่มีสารผสม zinc pyrithione, selenium sulphide, ketoconazole, หรีอ coal tar เพื่อลดอาการอักเสบของหนังศีรษะ

ครีมนวดผมทำหน้าที่เปรียบเสมือนน้ำมันบนหนังศีรษะช่วยลดการเสียดสีของผม และทำให้ผมนุ่มลื่นหลังจากแชมพูขจัดน้ำมันบนหนังศีรษะออกไป dimethicone เป็นสารประกอบที่ดีในครีมนวดผมโดยไม่ทำให้ผมดูลีบแบนเกินไปในขณะที่ลดการเสียดสีของเส้นผมและทำให้ผมจัดทรงง่าย

มีคำแนะนำในการดูแลผมอย่างไรบ้าง
ควรหลีกเลี่ยงการหวีผมตอนผมเปียกเนื่องจากเส้นผมที่เปียกจะมีการยืดตัวสูงและมีการเสียดสีระหว่างเส้นผมมากจึงมีโอกาสขาดง่ายมากที่สุด
แนะนำให้ หลังสระผม ควรเช็ดผมเบา ๆ ใช้นิ้วมือสางไม่ให้ผมพันกัน ปล่อยให้ผมค่อนข้างแห้งแล้วจึงใช้หวีซี่ห่างหวีผม ควรหวีผมจำนวนน้อยครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียดสีของผมให้น้อยที่สุด

การอบไอน้ำ, ทำสี, รีดผม และดัดผมเป็นอันตรายต่อสุขภาพผมหรือไม่
การใช้ความร้อนต่อผมโดยตรง เช่น การรีดผม จะมีการเปลี่ยนการโครงสร้างการยึดเกาะภายในเส้นผม (hydrogen bond) และทำให้เปลือกผม (cuticle) เกิดความเสียหาย ผมจึงขาดและแตกปลายง่าย
การไดร์ผมที่ใช้ความร้อนบริเวณที่ผม อุณหภูมิ 175-215°C นานประมาณ 5นาที ทำให้เกิดฟองอากาศภายในเส้นผม ผมจึงขาดออกจากกันง่าย
การใช้สารเคมี เช่น การทำสี, การดัดผม ทำให้เส้นผมเสียและขาดง่ายเช่นกัน
โดยรวมแล้วคือ การใช้ความร้อนกับผมที่มากเกินไปและบ่อยเกินไปอาจมีผลเสียต่อสุขภาพผมได้

ควรกินอาหารอะไรเพื่อให้ผมมีสุขภาพดี จำเป็นต้องกินอาหารเสริมหรือไม่
สารอาหารต่าง ๆ เช่น โปรตีน, เกลือแร่, กรดไขมันที่จำเป็นและวิตามินหลายชนิดเป็นส่วนประกอบในเส้นผม ดังนั้น ถ้ามีการขาดแร่ธาตุหรือวิตามินบางอย่าง เช่น วิตามินซี, วิตามินดี, ไบโอติน, วิตามินบี12, ซิงค์ (zinc), ไนอาซิน (niacin), ธาตุเหล็กและธาตุทองแดง (copper) เนื่องจากภาวะขาดสารอาหาร, รับประทานไม่เพียงพอหรือระบบการดูดซึมในลำไส้ผิดปกติ อาจทำให้เกิดภาวะการขาดแร่ธาตุและวิตามินดังกล่าว ทำให้เกิดผมร่วงได้
อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ ยังไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันมากพอว่า การกินแร่ธาตุและวิตามินเสริมในคนปกติที่ไม่มีภาวะขาดแร่ธาตุและวิตามินดังกล่าวจะช่วยในการลดการหลุดร่วงของผมหรือทำให้ผมดีขึ้นแต่อย่างใด

สรุป
ควรดูแลผมด้วยการทำความสะอาดและบำรุงผมที่เหมาะกับสภาพหนังศีรษะไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป ควรลดการเสียดสีและการใช้ความร้อนและสารเคมีกับเส้นผมให้น้อยที่สุด อีกทั้งควรรักษาสุขภาพและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์อย่างเพียงพอก็จะทำให้มีผมที่สุขภาพดีได้

เอกสารอ้างอิง
1. Goldsmith L, Katz, S., Gilchrest, B., Paller, A., Leffell, D., Wolff, K. Fitzpatrick's Dermatology in General Medicine. 8th ed. ed. Cotsarelis G, Botchkarev V., editor: The McGraw-Hill Companies; 2012.
2. Gray J. Hair care and hair care products. Clin Dermatol. 2001 Mar-Apr;19:227-36.
3. Draelos ZD. Shampoos, conditioners, and camouflage techniques. Dermatol Clin. 2013 Jan;31:173-8.
4. Stefanaki I, Katsambas A. Therapeutic update on seborrheic dermatitis. Skin Therapy Lett. 2010 May;15:1-4.
5. Sun JP, J., Travagline, D. Stable conditioning shampoos containing high molecular weight dimethicone. Cosmet Toilet. 2002;117:41-50.
6. Mirmirani P. Ceramic flat irons: improper use leading to acquired trichorrhexis nodosa. J Am Acad Dermatol. 2010 Jan;62:145-7.
7. Mirmirani P, Huang KP, Price VH. A practical, algorithmic approach to diagnosing hair shaft disorders. Int J Dermatol. 2011 Jan;50:1-12.
8. Finner AM. Nutrition and hair: deficiencies and supplements. Dermatol Clin. 2013 Jan;31:167-72.

บทความนี้ มีเพื่อเป็นการให้ความรู้ในเรื่องการดูแลผมแก่ประชาชนผู้สนใจ การดูแลรักษาภาวะทางเส้นผมและหนังศีรษะในผู้ป่วยแต่ละรายอาจไม่เหมือนกัน แล้วแต่ความรุนแรงของอาการและดุลยพินิจของแพทย์ผู้ให้การรักษา การรักษาที่นำมาเสนอนี้ เป็นความเห็นของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นผมและหนังศีรษะที่สถาบันโรคผิวหนัง ผู้จัดทำจึงขอสงวนสิทธิ์ในการนำไปใช้อ้างอิงทางกฎหมายโดยไม่ผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิ หรือแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละกรณี
Share: