บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

ปานแดง ชนิด hemangioma

พญ. ภิญญาพัชร์ คเนจร ณ อยุธยา
แผนกผิวหนัง กองอายุรกรรม
โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า



ปานแดง ชนิด hemangioma เป็นภาวะเนื้องอกของหลอดเลือดชนิดที่ไม่ใช่มะเร็ง ที่พบได้บ่อยที่ผิวหนังในวัยเด็ก โดยไม่ทราบสาเหตุ

สาเหตุ
ไม่ทราบสาเหตุและกลไกการเกิดชัดเจน แต่อย่างไรก็ตามปานแดงจากผนังเส้นเลือดผิดปกติไม่ใช่โรคทางพันธุกรรม

อาการและอาการแสดง
ปานแดงชนิดนี้จะเกิดในทารกอายุช่วง 2 สัปดาห์แรก โดยมีอุบัติการณ์ ประมาณร้อยละ 8-12 พบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย ในอัตรา 3:1 โดยทั่วไปเมื่อเริ่มปรากฏมักมีลักษณะเพียงจุดแดงขนาดเล็ก อาจมีบ้างที่มีลักษณะสีแดงชัดเจนแต่กำเนิด (congenital hemangioma) ซึ่งจะเกิดบนใบหน้าทำให้ผู้ปกครองกังวลมากเกี่ยวกับความสวยงาม ลักษณะของปานแดงจะมี 2 ระยะ คือ

1. ระยะขยายตัว ระยะนี้มักเกิดเมื่ออายุ 8 สัปดาห์แรก ก้อนจะโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ก้อนที่อยู่ในระดับ superficial dermis จะนูนโตอออกมา มีสีแดงสด เรียกว่า capillary hemangioma แต่ถ้าอยู่ลึกใต้ผิวหนังอาจนูนไม่มาก อาจเห็นเป็นสีม่วงหรือน้ำเงินจาง ๆ ที่นิยมเรียกว่า cavernous hemangioma ซึ่งคำนี้หมายรวมถึง venous malformation ด้วย จึงแนะนำไม่ให้ใช้คำนี้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังไม่สามารถบอกล่วงหน้าได้ว่าระยะนี้จะสิ้นสุดเมื่อไร ทำให้ไม่สามารถจบอกว่าก้อนโตใหญ่ที่สุดเท่าไร แต่ส่วนใหญ่ใช้เวลาประมาณ 3-9 เดือน

2. ระยะฝ่อตัว บางครั้งเรียก "involution" จะเริ่มโดยสังเกตพบว่า สีของปานแดงจะสดน้อยลง เริ่มมีสีซีดเป็นหย่อมๆ เมื่อกดที่ก้อนจะรู้สึกนิ่มลง โดยปกติก้อนจะใช้เวลาฝ่อลงเรื่อยๆจนเด็กอายุ 5-10 ปี

การวินิจฉัยโรค และ การวินิจฉัยแยกโรค
อาศัยการตรวจร่างกายอย่างละเอียด และจากประวัติการดำเนินโรค

การรักษา
หากปานมีขนาดใหญ่มากอาจมีภาวะหัวใจล้มเหลว หรือเกิดภาวะเกร็ดเลือดต่ำจากปฏิกิริยาเกร็ดเลือดทำลายกันเองได้ ซึ่งหากมีภาวะแทรกซ้อน แพทย์จะพิจารณาให้การรักษา เช่น ให้รับประทานยาหรือฉีดยาสเตียรอยด์ (steroid) หรือ ฉีดยา interferon alfa-2a เพื่อให้ก้อนปานยุบลง หรือการจี้ไฟฟ้า หรือจี้เย็น หรีอยิงด้วยแสงเลเซอร์ เป็นต้น การผ่าตัดจะแนะนำในกรณีที่ก้อนมีขนาดเล็กหรือมีเลือดออกจากการสัมผัส โดยทั้งนี้ควรพิจารณาผลกระทบของการสูญเสียการทำงานของอวัยวะ และรอยแผลอันเป็นผลจากการผ่าตัดด้วย

การพยากรณ์โรค
ปานชนิดนี้โดยทั่วไปแล้วไม่จำเป็นต้องรักษา เพราะหายเองได้ โดยมากมักฝ่อเองจึงเฝ้ารอได้ โดยเมื่อการฝ่อเสร็จสิ้นจะมีผิวหนังเป็นปกติ ที่เหลืออาจยังมี telangiectasia หรือ hypoelastic scar ที่สำคัญคือ การอธิบาย และสร้างความมั่นใจให้ผู้ปกครอง ในขณะเดียวกัน แพทย์ต้องเฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นซึ่งพบได้ประมาณร้อยละ 20 เช่น การติดเชื้อ ถ้ามีแผลเกิดขึ้นอาจติดเชื้อได้ การมีเลือดออก ทำให้อวัยวะนั้นผิดรูป โดยเฉพาะอวัยวะที่มีกระดูกอ่อนเป็นโครงสร้างหลัก เช่น ใบหู จมูก และ การผิดรูปถาวรที่เกิดขึ้นภายหลังก้อนฝ่อตัว


เอกสารอ้างอิง
1. Mulliken JB, Glowacki J. Hemangiomas and vascular malformations infants and children : Classification based on endothelial charac-teristics. Plast Reconstr Surg 1982; 69:412.
2. Meyer JS, Hoffer FA, Barnes PD, Mulliken JB. MRI-correlation of the biological classifica- tion of soft tissue vascular anomalies. AJR 1991; 157:559..
3. Takahashi K, Muliken, JB, Kozakewich, HPW, et al. Cellular marker that distinguish the phases of hemangiomas during infancy and children. J Clin Invest 1994; 93:2357.
4. Greenhouse JM. In : discussion of a paper by B. Yaffe. AMA Arch Dermatol 1955; 72:89.
5. Bowers RE, Graham EA, Tomlinson KM. The natural history of the strawberry nevus. Arch Dermatol 1960; 82:667.
6. Boon LM, Enjolras O, Muliken JB. Congenital hemangioma : Evidence for accelerated involution. J.Pediatr 1996; 128:329.
7. Muliken JB. Vascular Anomalies : Grabb and Smithžs Plastic Surgery 5th ed. 1997; 193.
8. Enjolras O, Riche MC, Merland JJ, Escande JP. Management of alarming hemangiomas in infancy : A review of 25 cases. Pediatrics 1990; 85:491.
9. Tan OT, Sherwood K, Gilchrest BA. Treatment of children with portwine stains using the flashlamp pumped tunable dye laser. N ENG J Med 1989; 320:416,.
10. Mulliken JB, Young AE. Vascular Birthmarks : Hemangiomas and Malformations. Philadelphia : Saunders, 1988.
Share: