บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

ไฝ หรือ มะเร็งของเซลล์เม็ดสี

พญ. สุธินี รัตนิน
สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


ไฝ หรือ มะเร็งของเซลล์เม็ดสี (mole or melanoma)
ผู้ป่วยจำนวนมากมารับบริการด้วยเรื่องอยากกำจัดไฝ เราจะทราบได้อย่างไรว่าไฝนั้นมีความเสี่ยงที่จะเป็นมะเร็งของเซลล์เม็ดสี (malignant melanoma) หรือ เป็นแค่ไฝปกติธรรมดา (nevus or mole)

ไฝ (nevus or mole) เกิดจากการรวมตัวของเซลล์เม็ดสี (melanocytes) ตั้งแต่ 3 เซลล์ขึ้นไปที่ผิวหนังชั้นตื้นและลึกทำให้เกิดเป็นตุ่มเนื้อที่มีขนาด, รูปร่าง และสีแตกต่างกันไป ปกติจะมีสีออกน้ำตาลไปจนถึงดำ เกิดได้ทุกตำแหน่งบนร่างกาย โดยเริ่มปรากฏให้เห็นตั้งแต่วัยเด็ก และเพิ่มจำนวนมากขึ้นเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น (รูปภาพที่ 1)

รูปภาพที่ 1

ปัจจัยกระตุ้นให้ไฝเพิ่มจำนวนหรือชัดเจนขึ้น ได้แก่ พันธุกรรม การสัมผัสแสงแดด การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนเมื่อเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น ภาวะการตั้งครรภ์ และการได้รับยาบางชนิด

การวินิจฉัย
แต่เราจะทราบได้อย่างไรว่าไฝที่มีอยู่ปกติหรือไม่จะกลายเป็นมะเร็งของเซลล์เม็ดสี หรือ มะเร็งผิวหนังชนิดอื่น ๆ หรือไม่
การตรวจวินิจฉัยที่ยืนยันได้ดีที่สุดคือ การตัดไฝนั้น ส่งตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา (skin biopsy) เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็ง
การตรวจวินิจฉัยด้วยตนเองสามารถทำได้โดยสังเกตความเปลี่ยนแปลงง่าย ๆ เช่น ไฝโตเร็วกว่าปกติ สีเปลี่ยนแปลง มีเลือดออก หรือแผลเรื้อรังรักษาไม่หาย ประกอบกับประวัติมะเร็งผิวหนังในครอบครัว มีไฝเป็นจำนวนมาก เคยถูกแสงแดดไหม้บ่อยครั้งในวัยเด็ก และรับประทานยาลูกกลอน ยาหม้อมาก่อน
การตรวจร่างกายเบื้องต้น เพื่อดูลักษณะของไฝว่าปกติ หรือ เป็นมะเร็งของเซลล์เม็ดสีสามารถทำได้โดยสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงของรูปร่าง ขอบเขต สี และขนาดของไฝ หรือ หลักง่ายๆ คือ ABCD ดังนี้ (รูปภาพที่ 2)



รูปภาพที่ 2

A = Asymmetry: ลักษณะไม่สมมาตร
B = Border irregularity: ขอบเขตไม่เรียบ
C = Color variation: สีไม่สม่ำเสมอ
D = Diameter: ขนาดใหญ่กว่า 6 มม.


การวินิจฉัยแยกโรค
โรคที่พึงระวังและวินิจฉัยแยกโรคจากไฝปกติ คือ

มะเร็งของเซลล์เม็ดสี (malignant melanoma) ซึ่งแม้จะพบไม่บ่อยในคนไทย แต่เป็นมะเร็งผิวหนังชนิดร้ายแรงที่สุด อาการเริ่มแรกอาจคล้ายไฝ แต่มีการเปลี่ยนแปลงขนาด สี รูปร่าง และขอบเขตอย่างรวดเร็ว มีการแตกเป็นแผล และสามารถลุกลามแพร่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง และอวัยวะอื่นๆได้ด้วย (รูปภาพที่ 3)

รูปภาพที่ 3


มะเร็งชนิดเบซอลเซลล์ (basal cell carcinoma) เป็นมะเร็งผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด มักพบบริเวณที่โดนแสงแดด เช่น ใบหน้า, จมูก เป็นต้น มีด้วยกันหลายลักษณะ แต่มักเป็นตุ่มหรือก้อนที่ผิวหนัง ขอบยกผิวมันมีเส้นเลือดขยาย และบางครั้งอาจมีสีดำ ทำให้สับสนกับไฝได้เช่นกัน (รูปภาพที่ 4)



รูปภาพที่ 4

การรักษา
ไฝส่วนใหญ่ที่ผู้ป่วยต้องการรักษามักเป็นในแง่ความสวยงาม ความเรียบเนียนของผิวพรรณ ซึ่งมีด้วยกันหลายวิธี ปัจจุบันวิธีที่ได้รับความนิยมก็คือ การใช้เลเซอร์รักษา หรือ รักษาโดยการผ่าตัดโดยขึ้นกับชนิดและขนาดของไฝ

สรุป
สุดท้ายนี้ก่อนตัดสินใจกำจัดไฝออกจากร่างกาย ควรพบแพทย์ผิวหนัง เพื่อตรวจดูลักษณะของไฝให้แน่ใจว่าไม่ใช่มะเร็งผิวหนังดังที่กล่าวมา เพื่อสุขภาพผิวพรรณที่เนียนใส และความสบายใจที่ตามมาค่ะ
Share: