บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคแพ้แสง

นพ. จักรพงษ์ ชุณหเสวี
กลุ่มงานรังสีชีววิทยา สถาบันโรคผิวหนัง

โรคแพ้แสง (photodermatosis) เป็นกลุ่มโรคของผิวหนังที่เกิดความไวต่อแสงแดดจากสาเหตุต่าง ๆ

สาเหตุ
ในปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุของโรคในกลุ่มนี้ชัดเจน แต่พอแบ่งได้เป็นกลุ่ม 4 กลุ่ม ดังนี้
1. ไม่ทราบสาเหตุ (idiopathic photodermatoses) เช่น โรค polymorphous light eruption (PMLE)
2. มีความผิดปกติของยีนที่ทำให้ไวต่อแสงแดด (genetic photodermatoses) เช่น โรค xeroderma pigmentosum (XP)
3. ยาและสารเคมี ที่ทำให้เกิดภาวะไวต่อแสง (chemical and drug photosensitivity) เช่น ผู้ป่วยที่รับประทานยาลดไขมันบางชนิด
4. เกิดจากโรคผิวหนังเดิมที่ถูกทำให้กำเริบมากขึ้นจากแสงแดด (photoexacerbated dermatoses) เช่น โรคลูปัส (systemic lupus erythematosus, SLE)

การวินิจฉัยโรค
1. ประวัติ
อาการของโรคหรือผื่นมีความสัมพันธุ์กับแสงแดดชัดเจน ทั้งระยะเวลา และปริมาณของการสัมผัสแสงแดด หรือมีประวัติรับประทานยาหรือทายาที่ทำให้เกิดผื่นแพ้แสงได้
2. การตรวจร่างกายทางคลินิก
ต้องมีผื่นทางผิวหนัง ที่มีลักษณะแบบตุ่มนูนแดงคัน ผื่นนูนหนา หรือบางครั้งอาจเป็นตุ่มน้ำ ที่บริเวณนอกร่มผ้าที่สัมผัสกับแสงแดด เช่น หน้า, ลำคอ, ใบหู, แขนและขาด้านนอก, หลังมือและหลังเท้า และไม่มีผื่นในบริเวณที่ไม่ค่อยสัมผัสแดด เช่น รอบหนังตา, ข้างจมูก, ริมฝีปากบน, หลังหู, ใต้คาง, ต้นแขนด้านใน เป็นต้น ยกเว้น ในกรณีที่โรคเป็นรุนแรงอาจพบผื่นในบริเวณเหล่านี้ได้

3. การทดสอบทางห้องปฏิบัติการ
- ในรายที่สงสัยกลุ่มโรคแพ้แสง ควรส่งทำการทดสอบแสง (photo test) รวมทั้ง
- ในกรณีที่สงสัยจากสารสัมผัสซึ่งก่อให้เกิดการแพ้แสง ควรส่งการทำการทดสอบแสงร่วมกับการทาสารที่สงสัย (photopatch test) เพื่อช่วยในการวินิจฉัยโรค
- อาจต้องใช้ผลการทดสอบทางห้องปฏิบัติการและผลชิ้นเนื้อในผู้ป่วยบางราย


การรักษา
ส่วนมากขึ้นกับสาเหตุของการเกิดโรค เช่น ถ้าเกิดจากยา แนะนำให้หยุดยาที่เป็นสาเหตุ

การปฎิบัติตัวที่ถูกต้อง คือ
หลีกเลี่ยงการออกแดด
ถ้าจำเป็นต้องออกแดดควรป้องกันโดยใส่เสื้อผ้าสีเข้มแขนยาว, คอปกปิด, กางร่ม, ใส่หมวกปีกกว้าง และทายากันแดดที่กันได้ทั้งแสงยูวีเอและแสงยูวีบี โดยทาก่อนออกแดด อย่างน้อย 30 นาที

ส่วนการรักษาผื่นในโรคแพ้แสงอาจใช้ยาทาคอร์ติโคสเตียรอยด์และยารับประทาแก้คัน
ถ้าอาการไม่ดีขึ้น แนะนำพบแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนัง ชึ่งผู้ป่วยกลุ่มนี้อาจต้องใช้ยากลุ่มต้านมาลาเรีย, ยากดภูมิต้านทาน รวมทั้ง การกระตุ้นภูมิต้านทานด้วยการฉายแสงยูวีเอ, แสงยูวีบี

การพยากรณ์โรค
ขึ้นกับสาเหตุของโรค และความรุนแรงของโรค ส่วนมากจะเป็น ๆ หาย ๆ
Share: