บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคผิวหนังที่มากับฤดูร้อน

ศ. นพ. ประวิตร อัศวานนท์
หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


เหงื่อ
พอพูดถึงหน้าร้อนสิ่งแรกที่เรานึกถึงคงเป็นแสงแดดที่แผดจ้าถัดจากนั้นคงเป็น “เหงื่อ” ซึ่งพอนึกแล้วก็รู้สึกถึงความไม่สบายตัวได้ทันที

ที่จริงเหงื่อนั้นมีประโยชน์ เพราะเป็นทางระบายความร้อนที่สำคัญที่สุดของร่างกายเรา เวลาเราเป็นไข้พอเหงื่อออกอุณหภูมิลดลงเราก็รู้สึกสบายขึ้น ถ้าเหงื่อเราไม่ออกก็อาจถึงตายได้ ในต่างประเทศที่ผู้คนชินกับอากาศหนาวมาก ๆ พอมี “คลื่นความร้อน” มาแต่ละทีจะมีคนตายกันเป็นจำนวนมาก ในบางปีตายกันหลายร้อยคน ส่วนมากก็จะเป็นผู้สูงอายุซึ่งอยู่ในที่ที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศ พออากาศร้อนมากะทันหันไม่คุ้นเคย เหงื่อออกไม่ทัน ก็เลยตายเอาได้ง่าย ๆ

ร่างกายเรามีต่อมเหงื่ออยู่ทั่วตัว ประมาณกันว่ามีอยู่ราวๆ 2-4 ล้านต่อม คนที่เหงื่อออกเก่ง ๆ นั้นออกได้หลายลิตรต่อชั่วโมง หรือ 10 กว่าลิตรต่อวันทีเดียว....เวลาร้อนมาก ๆ หรือออกกำลังกายหนัก ๆ เราจึงกระหายน้ำเป็นสัญญาณว่าร่างกายเราเริ่มขาดน้ำแล้ว อีกอย่างที่เราจะรู้สึกก็คือ เหงื่อออกมาก ๆ เราจะเพลีย อันนี้เป็นเพราะเราสูญเสีย “เกลือแร่” ไปกับเหงื่อมากนั่นเองครับ เราทุกคนคงทราบดีเวลาเหงื่อเข้าปากจะรู้สึกเค็ม ๆ ทั้งนี้ก็เป็นเพราะในเหงื่อนั้นมีเกลือแร่อยู่ เกลือแร่ต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งจำเป็นกับร่างกาย เราจึงต้องคอย “เก็บ” เกลือแร่ ไม่ให้ขับออกไปทางปัสสาวะและทางเหงื่อมากจนเกินไป ซึ่งเป็นหน้าที่สำคัญของไตและต่อมเหงื่อ พอเหงื่อออกน้อย ๆ เราเก็บเกลือแร่กลับได้ทันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่พอเหงื่อออกมาก ๆ ออกเร็ว ๆ ต่อมเหงื่อเรารับมือไม่ไหว ก็เลยสูญเสียเกลือแร่เป็นปริมาณมากๆ ได้........เราก็เลยเพลีย บางทีเราก็เลยต้องชดเชยด้วยการดื่มน้ำที่มีเกลือแร่เข้าไปเวลาออกกำลังกายหนัก ๆ ซึ่งก็จะพอช่วยได้

กลิ่นตัว
พอได้ยินคำว่าเหงื่อปั๊บ...หลายๆ ท่านก็มีคำว่า “กลิ่นตัว” ลอยมาทันที ทุกท่านคงเคยเดินตามคนที่เหงื่อออกมาก ๆ หรือขึ้นรถเมล์ที่แน่น ๆ หรือเดินในตลาดนัดสวนจตุจักรตอนบ่ายวันอาทิตย์ที่ร้อนจัด คงไม่ต้องบรรยายว่ากลิ่นจากเหงื่อมนุษย์นั้นเป็นอย่างไร

ความจริงเหงื่อที่ออกใหม่ ๆ นั้น ไม่มีกลิ่น ถ้าลองสังเกตดู พอเราอาบน้ำเสร็จใหม่ ๆ บางทีจะมีเหงื่อออก แต่ตัวเราก็ไม่เหม็น หรือเวลาวิ่งรอบสวนลุม 2 รอบ เหงื่อท่วมตัว เราก็ยังไม่เหม็น แต่พอนั่งไปสักพักหนึ่ง ยิ่งถ้าเป็นพักใหญ่ ๆ ทานข้าวด้วย นั่งรถกลับบ้านด้วย จะสังเกตว่าเริ่มมีกลิ่นไม่ค่อยดีอันนี้ก็เป็นเพราะบนผิวหนังเราจะมีแบคทีเรียอยู่ ซึ่งจะแปลงสารในเหงื่อบางอย่างทำให้มีกลิ่นขึ้นได้ ยิ่งในบางบริเวณ......ไม่ต้องบอกก็คงทราบว่า คือ รักแร้ และในร่มผ้า ที่มีต่อมเหงื่อชนิดพิเศษนั้น... จะยิ่งมีกลิ่นได้มากกว่าบริเวณอื่น สาเหตุหลักก็มาจากเจ้าแบคทีเรียที่ว่านั่นเอง เพราะฉะนั้นถ้าไปพบแพทย์ก็อาจจะได้ยาฆ่าเชื้อมาทา หรือได้รับคำแนะนำให้ใช้สบู่ที่มีสารบางอย่างที่ฆ่าแบคทีเรียได้ กลิ่นตัวก็จะลดลง อีกส่วนที่ทำให้มีกลิ่นได้ คือ อาหาร คนบางชาติที่รับประทานเนื้อแกะ เนื้อแพะ หรือชีสบางประเภทเป็นประจำนั้น พอเข้ามาในห้องที่เราอยู่ยิ่งถ้าเป็นลิฟต์ด้วยแล้ว เราแทบจะกระโดดหนี

มีแบคทีเรียหลายชนิดที่ชอบความชื้นมาก เพราะฉะนั้นในที่อับชื้นบนร่างกายเรา เช่น รักแร้ ฝ่าเท้า ซอกนิ้วเท้า จึงอาจมีการติดเชื้อแบคทีเรียบางชนิดได้ ซึ่งบางครั้งทำให้มีอาการแปลก ๆ เช่น ที่ฝ่าเท้ามีรูพรุนเล็ก ๆ (pitted keratolysis) ซึ่งผู้ที่เป็นมักมีกลิ่นเท้ามากกว่าคนทั่วไป หรือผื่นแดงแห้ง ๆ ออกน้ำตาลที่บริเวณรักแร้ ขาหนีบ ซอกนิ้วเท้า (erythrasma)

กลาก เกลื้อน
อีกโรคที่มากับเหงื่อ คือ กลากและเกลื้อน ซึ่งเกิดจากเชื้อราคนละประเภทกัน กลากนั้นชอบความชื้น ความแฉะ ความอับ ที่ไหนก็ตามที่มีความอับชื้นพอเหมาะ ราก็จะเจริญเติบโตทันที เพราะฉะนั้นก็เลยพบบ่อยแถว ๆ ขาหนีบและฝ่าเท้ารวมทั้งซอกนิ้วเท้า ที่จริงเป็นได้ทั่วตัวตั้งแต่ศีรษะที่เรียกว่า “ชันนะตุ” ขาหนีบ ที่เรียกว่า “สังคัง” จนถึงเท้าที่บางคน (ยกเว้นคนฮ่องกง) เรียกว่า ฮ่องกงฟุต หรือเท้านักกีฬา (athlete’s foot)... ผื่นกลากส่วนมากจะคัน ทำให้ผู้ที่เป็นรู้ตัวว่ามีผื่นอยู่ ผื่นนี้ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่ามีลักษณะเป็น “วงแหวน” ฝรั่งจึงเรียกว่า “ring worm” ยกเว้นในบางบริเวณ เช่น หนังศีรษะ ฝ่าเท้า ซึ่งอาจไม่มีลักษณะวงแหวนได้

ส่วนเชื้อเกลื้อนนั้นชอบความมัน เหงื่อ และความร้อน และไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อจากภายนอก แต่เป็นเชื้อที่อยู่บนผิวหนังคนทุกคน จะสะอาดแค่ไหนก็มีทั้งนั้น ทีนี้พอเข้าหน้าร้อน เหงื่อออกมากขึ้น ผิวมันมากขึ้น เชื้อราก็ได้ใจ เกิดผื่นเป็นดวง ๆ ขึ้นส่วนมากเป็นที่หน้าอกและหลัง เกลื้อนนั้นในแง่อาการจะต่างจากกลาก เพราะมักจะไม่มีอาการ ไม่คัน ไม่แสบ แต่เห็นเป็นดวง ๆ จุด ๆ มีได้หลายสีตั้งแต่ขาว ชมพู น้ำตาล ม่วง เทา แต่ส่วนมากมักมีสีเดียวในแต่ละคน และในคนไทยจะพบสีขาวบ่อยที่สุดทำให้ได้ชื่อว่า เกลื้อนดอกหมาก

ผิวหนังอักเสบ
เด็กที่มีภูมิแพ้-ผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะชนิดที่มีผื่นบริเวณข้อพับศอก ข้อพับเข่า (atopic dermatitis/atopic eczema) เมื่อเล่นกีฬาเหงื่อออกมาก หรือแม้แต่โดนแดดมากก็อาจมีผื่นเห่อขึ้นได้ทำให้บางคนชอบเรียกว่า “แพ้เหงื่อ” ซึ่งที่จริงเราไม่แพ้เหงื่อตัวเอง แต่ผื่นลักษณะที่ว่านี้ ร้อนจัดก็เป็น หนาวจัดก็เห่อ แห้งมากก็คัน ชื้นมากก็ยุบยิบ ๆ อีก

ผื่นผิวหนังอักเสบอีกชนิดหนึ่งซึ่งเห่อได้บ่อย เวลาโดนแดดมากๆ คือ seborrheic dermatitis ซึ่งในปัจจุบันคนทั่วไปเรียกย่อ ๆ ว่า “seb derm” ผื่นนี้มักอยู่บริเวณร่องข้างจมูก หว่างคิ้ว หน้าหู หลังหู และบางคนเป็นร่วมกับรังแค ผื่นที่หน้านั้นอาจเห่อมากขึ้นเมื่อได้รับแสงแดดจัด ทำให้ผู้ป่วยบางรายได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคลูปัส หรือ “โรคพุ่มพวง” ซึ่งเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับแสงแดดโรคหนึ่ง

ผื่นอื่น ๆ
สุดท้ายในฤดูร้อนเราก็มักจะเดินทางไปต่างจังหวัด ต่างประเทศกัน เพราะฉะนั้นก็มีโอกาสจะถูกแมลงต่างถิ่น สัตว์มีพิษในทะเล หรือต้นไม้ที่มียางต่าง ๆ ทำให้เกิดผื่นขึ้นได้

ผื่นต่าง ๆ ที่มีกับหน้าร้อนรวมทั้งภาวะเหงื่อออกมากนั้นรักษาได้ทั้งสิ้น และการรักษาที่ถูกต้องนั้นควรมาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
Share: