บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

สารทำให้ผิวขาว

รศ. พญ. เพ็ญพรรณ วัฒนไกร
สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

สารทำให้ผิวขาว ไวเทนนิง (whitening) หรือผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวขึ้น เป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในคนไทยซึ่งโดยปกติมีผิวเหลืองหรือผิวสองสี เพื่อให้มีผิวขาวขึ้น ทำให้ฝ้าและกระจางลง ตามความต้องการจะให้หน้าขาวเนียนตามแบบฝรั่งและตามเทรนด์ดาราเกาหลีหน้าขาว ๆ ใส ๆ

สารออกฤทธิ์สำคัญในผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวขึ้นได้โดยมีคุณสมบัติ เช่น
1. ปกป้องผิวจากแสงแดดรังสี UV ทั้ง physical และ chemical sunscreen
2. มีผลต่อกระบวนการผลิตเมลานิน เช่น อาร์บิวติน กรดโคจิด วิตามินบี (niacinamide)
3. เร่งการผลัดเซลล์ผิว เช่น อนุพันธ์วิตามินเอเรตินอล, AHA, BHA
4. ลดการอักเสบระคายเคืองผิว ต่อต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามินซี

ประเภทของสารทำให้ผิวขาวที่ใช้กันบ่อย ๆ แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 สารฟอกสี (Bleaching Agents) เช่น ไฮโดรควิโนน, โมโนเบนโซน, ฟีนอล, และ ปรอทแอมโมเนีย ทั้งหมดนี้เป็นสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอาง เนื่องจากก่อให้เกิดอาการระคายเคืองบ่อย และ มีอาการข้างเคียงรุนแรง

ไฮโดรควิโนน นิยมใช้กันมากในครีม หรือ โลชั่นทาฝ้า ไฮโดรควิโนนมักทำให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ร่วมกับกรดวิตามินเอ ผลข้างเคียงที่พบจากสารไฮโดรควิโนน เริ่มจาก อาการระคายเคืองต่อผิว ผิวหน้าแดง เกิดจุดด่างขาว หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานาน หรือใช้ความเข้มข้นสูง จะทำให้ผิวหน้าดำ เกิดเป็น”ฝ้าถาวร” สีน้ำเงินอมดำ และอาจทำให้เกิดตุ่มนูนสีดำบริเวณผิวที่ทายา ดังนั้นไฮโดรควิโนนจึงถูกกำหนดเป็นสารห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง แต่สามารถใช้ผสมในยาภายใต้การควบคุมของแพทย์

ปรอทแอมโมเนีย เคยเป็นที่นิยมใช้กันมากเช่นเดียวกับไฮโดรควิโนน ในครีมป้องกันฝ้าเรียกว่า ครีมไข่มุก ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นคัน ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของสารปรอท และดูดซึมเข้าสู่กระแสโลหิต ทำให้ตับและไตพิการ โรคโลหิตจาง เป็นต้น

กลุ่มที่ 2 สารทำให้ผิวขาว (Whitening Agents) ส่วนใหญ่มีผลต่อขบวนการผลิตเม็ดสีเมลานิน สารทำให้ผิวขาวที่นิยมใช้กันมากในเครื่องสำอางในเมืองไทย เช่น อาร์บิวติน กรดโคจิค สารสกัดจากชะเอม วิตามินบี 3 วิตามินซี (กรดแอสคอร์บิก) และอนุพันธ์ของวิตามินซี เช่น แมกนีเซียมแอสคอร์บิกฟอสเฟต
สารกลุ่มนี้อาจจัดอยู่ในกลุ่ม “เวชสำอาง” หมายความว่า สินค้าประเภทนี้ไม่มีประกาศควบคุม สามารถขายทั่วไป เนื่องจากก่อให้เกิดอาการระคายเคืองและอาการข้างเคียงน้อย

กลุ่มที่ 3 สารเร่งการผลัดเซลล์ผิว เช่น เอเอชเอ (AHA) อัลฟาไฮดรอกซีแอซิด, กรดวิตามินเอ สารในกลุ่มนี้ออกฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิวโดยการช่วยละลายเนื้อเยื่อเกี่ยวพันซึ่งยึดอยู่ระหว่างเซลล์ที่ตายแล้ว ทำให้เซลล์ผิวลอกออกสม่ำเสมอ ลดการอุดตันในรูขุมขน การเร่งผลัดเซลล์ผิวช่วยลดรอยฝ้าและจุดด่างดำ และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนทำให้ริ้วรอยเล็ก ๆ ดีขึ้น ช่วยให้ผิวดูอ่อนกว่าวัย

เอเอชเอ AHA หรือ อลฟาไฮดรอกซีแอซิด เรียกกันว่า กรดผลไม้ เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในอาหาร เช่น กรดเมลิกในแอปเปิ้ล กรดซิตริกในมะนาว กรดทาร์ทาริกในองุ่น กรดแลกติกในนมเปรี้ยว และกรดไกลโคลิกในอ้อย เป็นต้น สรรพคุณของ AHA ที่มีคุณสมบัติทำให้เซลล์ของผิวชั้นนอกสุดหลุดออกง่ายขึ้นและเซลล์ของผิวชั้นถัดลงไปซึ่งยังอยู่ในสภาพที่ดีขึ้นมาทดแทน ช่วยทำให้ผิวเนียนเรียบ ลดรอยเหี่ยวย่น การผลัดเซลล์ผิวช่วยสีผิวที่คล้ำดูขาวขึ้น
ผลข้างเคียง AHA เป็นกรดจึงอาจเกิดการระคายเคืองผิวได้ นอกจากนี้ผู้ที่ใช้ผลิตภัณฑ์ผสมสารเอเอชเอพึงระวังไว้ว่าการกระตุ้นให้ผิวหนังชั้นนอกหลุดลอกออกไปเร็วกว่าปกติ เซลล์ผิวหนังชั้นในซึ่งบอบบางกว่าซึ่งเลื่อนขึ้นมาแทนที่นั้นจะทำให้ผิวหนังไวต่อรังสีอัลตร้าไวโอเลตมากขึ้น เกิดอันตรายจากแสงแดดมากกว่าปกติ เกิดผิวแดง ผิวคล้ำจากแสงแดดง่ายกว่าปกติ

กรดวิตามินเอ เป็นยาที่ใช้รักษาสิว ฝ้า และรอยดำได้ โดยกลไกการออกฤทธิ์เร่งการผลัดเซลล์ผิว ผลข้างเคียงทำให้เกิดการระคายเคืองผิว ทำให้ผิวหน้าแดง แสบร้อน อักเสบ ใช้แล้วผิวหน้าลอก ผิวไวต่อแสง กรดวิตามินเอจึงเป็นสารที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในเครื่องสำอาง ต้องใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์เท่านั้น นิยมใช้ร่วมกับไฮโดรควิโนนและสเตียรอยด์ในครีมทาฝ้า

กลุ่มที่ 4 สารปกคลุมผิว (Covering Agents) เป็นการใช้สารที่มีสีขาวและมีคุณสมบัติทึบแสง เมื่อทาลงบนผิวจึงมีผลให้ผิวมีสีขาวทันที แต่เมื่อล้างออกสีผิวหนังคงเดิมไม่ได้ขาวขึ้น เช่น ทิตาเนียมไดออกไซด์, ซิงค์ออกไซด์, ทัลคัม, บิสมัสซับไนเตรต, และคาโอลิน พิกเมนต์ สีขาวเหล่านี้นอกจากทำให้ผิวขาวแล้ว ในขณะเดียวกันยังมีประสิทธิภาพเป็นสารกันแดดด้วยเนื่องจากมีคุณสมบัติทึบแสง

ข้อแนะนำถึงผู้บริโภคในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาว
1. ผลิตภัณฑ์ควรมีฉลากหรือแหล่งผลิตที่ถูกต้องและชัดเจน
2. ตรวจดูฉลากเครื่องสำอางว่ามีส่วนผสมอะไรบ้าง ต้องไม่มีสารปรอทหรือไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ
3. สังเกตอาการแทรกซ้อนขณะใช้ ถ้ามีอาการผิดปกติให้เลิกใช้

แม้ค่านิยมการใช้ไวเทนนิง เพื่อให้มีผิวขาวขึ้นจะเป็นที่นิยมในคนไทย อย่างไรก็ดีต้องอย่าลืมว่าประเทศไทยเป็นเมืองร้อนที่มีแสงแดดทั้งปี แตกต่างจากประเทศจีนหรือเกาหลีที่มีอากาศหนาวเย็น สีผิวโดยธรรมชาติคนไทยจึงมีพื้นฐานผิวพรรณเป็นผิวเหลือง ผิวดำแดง ผิวสองสี ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการป้องกันการเกิดผิวแสบแดงไหม้ที่เกิดจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดด และที่สำคัญช่วยป้องกันการเกิดมะเร็งผิวหนัง

การมีผิวเข้มไม่ใช่โรคและการมีขาวก็เป็นเพียงค่านิยมตามแฟชั่นที่กำหนดขึ้นมาเอง การมีผิวเหลืองแบบคนเอเชีย เป็นพันธุกรรมของคนไทย ดังนั้นแม้ผิวจะขาวขึ้นหลังการใช้ผลิตภัณฑ์เมื่อหยุดใช้สีผิวจะกลับมาเหมือนเดิม ผู้ใช้ควรใช้อย่างมีสติ ไม่หลงเชื่อคำโฆษณา ควรต้องหาข้อมูล และคำนึงถึงค่าใช้จ่าย ประโยชน์ โทษ ผลข้างเคียง และอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่าไวท์เทนนิงจะช่วยให้ผิวขาวสดใสขึ้น แต่การที่ผิวหนังขาวขึ้นจากการใช้สารทำให้ผิวขาวซึ่งออกฤทธิ์ลดการสร้างเมลานินและเร่งผลัดลอกเซลล์ผิวจึงมีผลทำให้ผิวหนังอ่อนแอลงและบางลงได้ทำให้มีความไวต่อรังสีอุลตราไวโอเลตมากขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการถูกแสงแดดจัด และใช้ควบคู่กับผลิตภัณฑ์กันแดด เพื่อป้องกันการเกิดผิวไหม้แดด ฝ้ากระ ผิวเสื่อม และมะเร็งผิวหนัง
Share: