บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

ผื่นแพ้ยา ชนิด
Erythema multiforme, Stevens-Johnson Syndrome, Toxic Epidermal Necrolysis

ผศ. พญ. ปภาพิต ตู้จินดา
หน่วยโรคภูมิแพ้และอิมมูโนวิทยา
ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


ผื่นแพ้ยา คือ ปฏิกิริยาของผิวหนังต่อยาที่ผู้ป่วยได้รับไม่ว่าจะเป็นยาฉีดหรือยารับประทาน ผู้ป่วยอาจมีอาการและอาการแสดงได้หลากหลาย ตั้งแต่รุนแรงน้อย มีอาการเฉพาะที่ผิวหนังไปจนถึงรุนแรงมากหรือมีความผิดปกติที่ระบบอื่น ๆ ของร่างกายร่วมด้วย ผื่นแพ้ยาแบบ erythema multiforme (EM), Stevens-Johnson syndrome (SJS) และ toxic epidermal necrolysis (TEN) นั้น เป็นผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง บางรายอาจถึงแก่ชีวิตได้

ถ้าผู้ป่วยได้รับยาที่เป็นสาเหตุเป็นครั้งแรก มักจะมีอาการภายหลังได้รับยาประมาณ 1-3 สัปดาห์ แต่ถ้าเคยได้รับยาดังกล่าวมาก่อนแล้ว จะพบอาการและอาการแสดงของโรคได้ภายใน 1 วันภายหลังได้รับยาในครั้งถัดมา บางรายอาจมีอาการไข้ ปวดศีรษะ น้ำมูกไหล ปวดข้อ หรือปวดเมื่อยตามตัวนำมาก่อน ต่อมาจะเริ่มมีผื่นขึ้นที่บริเวณหน้า ลำตัว และแขนขา พบเป็นผื่นแดง ตรงกลางมีสีเข้มหรือเป็นสีน้ำตาล บางรายอาจมีอาการเจ็บที่ผื่นร่วมด้วย ผื่นอาจรวมกันเป็นบริเวณกว้างได้ ในผู้ป่วยที่เป็นรุนแรง จะพบว่ามีการตายของชั้นหนังกำพร้าทำให้เกิดเป็นตุ่มน้ำ บางรายมีการหลุดลอกของชั้นหนังกำพร้าโดยเฉพาะบริเวณที่มีการเสียดสีหรือกดทับทำให้เกิดเป็นรอยถลอกที่ผิวหนัง ผู้ป่วยอาจมีรอยโรคที่เยื่อบุ เช่น ตาแดงอักเสบ มีน้ำตาไหล หรือมีแผลเจ็บที่ปากหรืออวัยวะเพศ



สาเหตุ
ยาทุกชนิดสามารถเป็นสาเหตุของผื่นแพ้ยาได้ สำหรับยาที่มีรายงานว่าเป็นสาเหตุของผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรงได้บ่อยเช่น allopurinol, ยาลดการอักเสบกลุ่ม NSAIDs, ยากันชัก เช่น carbamazepine, phenobarbital, phenyltoin, และยาปฏิชีวนะ เป็นต้น

การวินิจฉัย
ปัจจุบันยังไม่มีการตรวจทางห้องปฏิบัติการที่มีความจำเพาะในการวินิจฉัยผื่นแพ้ยา ดังนั้นแพทย์ผู้ดูแลรักษาจะให้การวินิจฉัยโดยอาศัยประวัติของผู้ป่วย, ระยะเวลาที่ได้รับยา, ประวัติการแพ้ยา ร่วมกับการตรวจร่างกาย แพทย์อาจส่งตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาว่ามีความผิดปกติที่ระบบอื่นๆ ของร่างกายร่วมด้วยหรือไม่

การรักษา
เนื่องจากโรค EM, SJS, และ TEN เป็นผื่นแพ้ยาชนิดรุนแรง การรักษาที่สำคัญที่สุดคือ หยุดยาที่สงสัยว่าจะเป็นสาเหตุทันที และให้รักษาแบบประคับประคองตามอาการ เช่น ให้ยาแก้แพ้ชนิดรับประทาน ร่วมกับยาทา corticosteroids ปัจจุบันยังไม่มียาที่จำเพาะในการรักษาผื่นแพ้ยา ผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องได้รับการรักษาภายในโรงพยาบาล

การพยากรณ์โรค
ผู้ป่วยโรค EM มีอัตราการตายร้อยละ 20-25, SJS มีอัตราการตายร้อยละ 5-12 ส่วน TEN มีอัตราการตายสูงถึงร้อยละ 30 ผู้ป่วยสูงอายุ, ผู้ป่วยที่มีรอยโรคเป็นบริเวณกว้างทั่วร่างกายหรือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของระบบอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตับหรือไต จะมีการพยากรณ์โรคที่ไม่ดี ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อย คือ การติดเชื้อในกระแสเลือด จากการที่ผู้ป่วยมีรอยโรคที่ผิวหนังทำให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียตามมาได้

โดยสรุปแล้ว ถ้าผู้ป่วยสงสัยว่าจะแพ้ยา หรือมีประวัติรับประทานยา ร่วมกับมีผื่นที่ผิวหนังและมีแผลที่เยื่อบุ ควรหยุดยาที่รับประทานทันทีและรีบมาพบแพทย์ โดยควรนำยาที่รับประทานไปให้แพทย์ดู เพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องและรวดเร็ว ซึ่งจะส่งผลต่อการดำเนินโรคของผู้ป่วย

Share: