บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

เรตินอยด์

นพ. เจตน์ วิทิตสุวรรณกุล
สาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย


ปัจจุบันยาในกลุ่มเรตินอยด์ (Retinoid) หรืออนุพันธ์ของกรดวิตามินเอ ถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในการรักษาสิว ยากลุ่มนี้แม้จะให้ประสิทธิภาพที่ดีในการรักษาสิว แต่ก็มีข้อพึงระวังและข้อควรรู้ก่อนจะเลือกใช้ยา ตามที่ได้แนะนำไว้ใน Clinical Practice Guideline เรื่อง Acne ซึ่งจัดทำโดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย แบ่งยากลุ่ม Retinoid ที่ใช้รักษาสิวในรูปแบบยาทา และยารับประทาน ดังนี้

ยาทา
1. เตร็ดติโนอิน (Tretinoin, trans-retinoic acid, vitamin A acid)
การออกฤทธิ์
เป็นยาที่ละลายสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขน ที่เรียกว่า comedone โดยเร่งการแบ่งตัวของเซลล์หนังกำพร้า ทำให้ comedone ที่เป็นอยู่แล้วหลวมและหลุดออก ทำให้สิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขนชนิดปิด (closed comedone) เปลี่ยนเป็นสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขน (open comedone) และหลุดออกไปจากรูขุมขน และลดการยึดติดกันของเซลล์หนังกำพร้าชั้นบนสุด ทำให้หนังกำพร้าชั้นบนสุดหลุดลอกออกไปเร็วขึ้น ยาจึงสามารถป้องกันการเกิด comedone ใหม่ ยานี้ยังสามารถใช้ในแง่การป้องกันสิวได้ด้วย นอกจากนี้ยายังมีฤทธิ์ลดอาการอักเสบของสิวและ granulomatous reaction ด้วย

ข้อบ่งชี้ของการใช้ยา
สิวในระยะไขมันอุดตัน (comedone) ทุกชนิด, สิวอักเสบแต่ต้องใช้ร่วมกับยาอื่นๆที่มีฤทธิ์ต่างกัน เช่น ยาปฏิชีวนะ, สิวที่เกิดจากสารเคมี เช่น เครื่องสำอาง, น้ำมันใส่ผม และใช้เพื่อป้องกันการเกิดสิวอักเสบและการกลับเป็นใหม่หลังจากควบคุมสิวได้แล้ว
ขนาดและผลิตภัณฑ์ยา
ยาอยู่ในรูป cream, gel และ lotion มีความเข้มข้น 0.01%, 0.025%, 0.05% และ 0.1%
วิธีใช้
ทาบาง ๆ ทั่วหน้าวันละ 1 ครั้งก่อนนอน โดยใน 1-2 สัปดาห์แรก อาจมีสิวเห่อมากขึ้นเล็กน้อย และยาอาจทำให้หน้าแดงและลอกบ้างซึ่งถือว่าปกติแต่ถ้าเป็นมากเกินไป ควรลดความเข้มข้นและความถี่ของการใช้ยาลง การดูว่ายาให้ผลในการรักษาหรือไม่ จะต้องใช้ยาแล้วอย่างน้อย 2-3 เดือน
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
เมื่อใช้ยานี้ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด หรือทายากันแสงแดดในเวลากลางวัน และควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

2. อะดาพาลีน Adapalene เป็นสารสังเคราะห์
การออกฤทธิ์
ยามีฤทธิ์ละลายสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขน และลดการอักเสบ
ข้อบ่งชี้
ใช้ได้ดีกับสิวชนิดไม่อักเสบและสิวชนิดอักเสบ
ขนาดและผลิตภัณฑ์
ยาเป็นรูปของ 0.1% gel
วิธีใช้
ทาทั่วหน้าก่อนนอน โดยยานี้ไม่ระคายเคือง ทำให้เกิดภาวะไวต่อแสงน้อยกว่ายาทาในกลุ่มเรตินอยด์ตัวอื่น
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร

3. ไอโซเตร็ดติโนอินชนิดทา (Topical Isotretinoin)
การออกฤทธิ์
ยามีฤทธิ์ละลายสิวที่เกิดจากการอุดตันของรูขน และลดการอักเสบ
ข้อบ่งชี้
ใช้ได้ผลสำหรับสิวเล็กน้อยถึงปานกลาง ทั้งสิวชนิดไม่อักเสบและชนิดอักเสบ
ขนาดและผลิตภัณฑ์ยา
ยาอยู่ในรูปของ 0.05% gel
วิธีใช้
ทาทั่วหน้าก่อนนอน
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยานี้ในขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร


ยารับประทาน
1. ไอโซเตร็ดติโนอิน (Isotretinoin, 13-cis-retinoic acid)
การออกฤทธิ์
ลดขนาดต่อมไขมันและการผลิตไขมัน ลดการหนาตัวของเซลล์หนังกำพร้าชั้นบนสุดที่บริเวณรูขน ปริมาณไขมันที่ลดลงจะทำให้ภาวะแวดล้อมในรูขนเปลี่ยนไป ปริมาณเชื้อแบคทีเรียที่เรียกว่า P. acnes จึงลดลงด้วย นอกจากนี้ยังยับยั้งการทำงานของ leukotriene B4 ทำให้การอักเสบลดลง
ข้อบ่งชี้ใช้รักษา
ในผู้ที่เป็นสิวที่อักเสบรุนแรง เช่น severe recalcitrant, nodular inflammatory acne เนื่องจากยาอาจทำให้หญิงที่ตั้งครรภ์มีทารกพิการแต่กำเนิด (teratogenic effect) ได้ จึงควรเลือกใช้เฉพาะในรายซึ่งเป็นสิวชนิดรุนแรง และรักษาด้วยวิธีอื่น ๆ ไม่ได้ผล
ขนาดและผลิตภัณฑ์ยา
ขนาดที่ใช้ คือ 0.5 ถึง 1 mg/kg/d
วิธีใช้รับประทานยาหลังอาหารหรือตามที่แพทย์สั่ง
ข้อห้ามของการใช้ยา
ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์เพราะมี teratogenic effect และห้ามใช้ในผู้ที่แพ้ paraben เพราะใช้ paraben เป็นสาร preservative ใน gelatin capsule
ข้อควรระวัง
- เมื่อให้ยานี้ในผู้ป่วยหญิงต้องให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยถึงการคุมกำเนิดอย่างมีประสิทธิภาพขณะกินยาและหลังหยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน
ผลข้างเคียง
- ริมฝีปากอักเสบ (cheilitis) พบเกือบทุกราย โดยเฉพาะถ้าให้ dose สูง ควรให้ทา vaseline ointment บ่อย ๆ


- ผิวแห้ง พบมากที่หน้า แขนส่วนบน ข้อมือ ขาส่วนล่าง โดยเฉพาะในหน้าหนาวที่มีความชื้นต่ำ
- อาการทางตา ได้แก่ ตาแห้ง (ระหว่างใช้ยานี้ควรงดใช้ contact lens) กระจกตาขุ่นและลดการมองเห็นในเวลากลางคืน
- ผมร่วง ผิวหนังไหม้แดดง่าย ผิวหนังติดเชื้อง่าย
- ตุ่มน้ำจากการเสียดสี เกิดจากการทำงานหนักหรือเล่นกีฬา
- ปวดข้อ พบได้ประมาณ15% มักเกิดหลังจากออกกำลังกายมาก ๆ
- Pseudotumor cerebri เป็น benign intracranial hypertension อาจเกิดจากยาอื่นได้อีกหลายตัว เช่น อย่าให้ยาร่วมกับ tetracycline
- กระดูกปิดเร็ว (early epiphyseal closure) ทำให้ตัวเตี้ย ดังนั้นจึงไม่ควรใช้ในเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ก่อนใช้ยากลุ่มเรตินอยด์ในการรักษาสิว ผู้ใช้จึงควรศึกษาข้อบ่งชี้ วิธีใช้ และข้อห้ามใช้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการรักษา และควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนังก่อนใช้ยา

2. Acitretin และ Etretinate
Etretinate เป็น prodrug ของ Acitretin โดย Etretinate สามารถละลายและสะสมในไขมันได้ดีกว่า Acitretin 50 เท่า และค่อยๆปล่อยยาออกมาเพื่อเปลี่ยนเป็น active metabolite คือ สารสำคัญที่มีหน้าที่ออกฤทธ์ การละลายในไขมันได้ดีของ Etretinate ทำให้มีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 120 วัน ขณะที่ Acitretin มีค่าครึ่งชีวิตเพียง 2 วัน และเนื่องจากค่าครึ่งชีวิตที่ยาวและสามารถสะสมในร่างกายได้นานในปัจจุบันไม่มี Etretinateจำหน่ายในท้องตลาดแล้ว คงเหลือแต่ยา Acitretin
ข้อบ่งชี้
ใช้รักษาในผู้ป่วยที่มีอาการผิดปกติทางผิวหนังกลุ่ม severe keratinizing disorder เช่น pustular psoriasis
ขนาดและผลิตภัณฑ์ยา
ขนาดที่ใช้ปรับเปลี่ยนตามความรุนแรงและชนิดของโรคผิวหนังที่บ่งใช้
วิธีใช้
รับประทานยาหลังอาหารหรือตามที่แพทย์สั่ง และสำหรับ Acitretin ห้ามรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์ เพราะยาจะถูกเปลี่ยนเป็น prodrug คือ Etretinate และไปสะสมในไขมันในร่างกายได้
ข้อห้ามของการใช้ยา
ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่ตั้งครรภ์และให้นมบุตร เพราะมี teratogenic effect และทาน Acitretin หรือ Etretinate จะต้องคุมกำเนิดเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปี
ข้อควรระวังและผลข้างเคียง
เหมือน Isotretinoin


Reference
1.แนวทางการดูแลรักษาโรคสิว ( Clinical Practice Guideline for Acne ) พ.ศ. 2554 จัดทำโดยสมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
Share: