บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคหูดในเด็ก

พญ. วนิดา ลิ้มพงศานุรักษ์
หน่วยโรคผิวหนัง สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี


สาเหตุ
โรคหูด (wart) เกิดจากการติดเชื้อไวรัสที่ผิวหนัง ติดต่อจากการสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ที่เป็นโรคนี้ เป็นโรคที่ไม่อันตรายแต่อาจติดต่อแพร่กระจายไปยังผู้อื่นได้

อาการและอาการแสดง
ลักษณะเป็นตุ่มนูนขนาดต่าง ๆ กัน ตั้งแต่ 3-10 มิลลิเมตร ผิวบนของหูดจะขรุขระ มักพบบริเวณนิ้วมือ นิ้วเท้า ฝ่ามือ ฝ่าเท้า โดยทั่วไปไม่มีอาการเจ็บหรือคัน ยกเว้นหูดที่ฝ่าเท้าอาจมีอาการเจ็บได้

การรักษา
มีหลายวิธี ได้แก่
1. การทายา เพื่อทำให้เซลล์ผิวหนังลอกหลุด ต้องใช้เวลานาน
2. การจี้ด้วยไฟฟ้า มีข้อเสียคือ ต้องฉีดยาชา อาจเจ็บได้
3. การจี้ด้วยความเย็น เพื่อทำลายไวรัส เหมาะกับเด็ก เพราะไม่ต้องดูแลแผลหลังจากจี้หูด
4. การตัดออก โดยศัลยแพทย์ หรือ แพทย์ผิวหนัง
5. การใช้เลเซอร์

การรักษาในเด็กส่วนใหญ่ใช้ทายา หรือจี้ด้วยความเย็น

การป้องกัน
การป้องกันที่ดีที่สุดคือ การรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หมั่นดูแลและทำความสะอาดผิวหนัง
อาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดอยู่เสมอ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรคหูด

สรุป
ลักษณะตุ่มนูนที่ผิวหนังในเด็ก อาจพบได้ในโรคผิวหนังหลายชนิด เช่น หูด หูดข้าวสุก ซีสต์ สิว ฯลฯ
ไม่ควรรักษาเองโดยซื้อยามารับประทานหรือยาทา ควรพบแพทย์เพื่อการวินิจฉัยและการรักษาที่ถูกต้อง
ไม่ควรแคะ แกะ เกา เพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนและมีการกระจายเพิ่มจำนวนมากขึ้น
หากไม่แน่ใจว่าบุตรหลานของท่านเป็น ”หูด” กรุณาปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
Share: