บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคพุพอง


ผศ. พญ. รัตนาวลัย นิติยารมย์
สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล



โรคพุพอง หรือ แผลติดเชื้อแบคทีเรีย ชนิด impetigo จะมีแผลพุพอง นับได้ว่าเป็นการติดเชื้อของผิวหนังที่พบได้บ่อยที่สุด มักพบในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี สามารถติดต่อได้รวดเร็วโดยการสัมผัส

สาเหตุ
เชื้อก่อโรคของโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิด Staphylococcus aureus และ Streptococcus pyogenes

อาการและอาการแสดง
ลักษณะของโรคแบ่งเป็น 2 รูปแบบ คือ ชนิดที่แตกแห้งเป็นสะเก็ด และ ชนิดที่เป็นตุ่มน้ำพอง

ชนิดที่แตกแห้งเป็นสะเก็ดเป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุดของผู้ป่วยโรคนี้ รอยโรคมักเริ่มจากเป็นตุ่มน้ำใสขนาด 2-4 มม. ซึ่งกลายเป็นตุ่มหนองในเวลารวดเร็ว แตกง่ายเป็นสะเก็ดแห้งหนาสีเหลืองปนน้ำตาลปะติดอยู่ มักพบรอยโรคบริเวณใบหน้าโดยเฉพาะรอบจมูกและปาก อาจมีอาการเจ็บหรือคันได้เล็กน้อย


ชนิดที่เป็นตุ่มน้ำพองรอยโรคเริ่มจากตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก แล้วขยายขนาดใหญ่ขึ้นผนังบางไม่ตึง แตกง่าย น้ำในตุ่มน้ำอาจขุ่นเป็นหนอง มักพบเป็นกลุ่มในบริเวณใบหน้า ลำตัว ก้น แขน ขา


การวินิจฉัย
การวินิจฉัยอาศัยอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก ส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การรักษา
การรักษาส่วนใหญ่ขึ้นกับอาการของผู้ป่วยเป็นสำคัญ วิธีการรักษาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ การรักษาเฉพาะที่และการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

1. การรักษาเฉพาะที่ อาจทำได้โดยวิธีประคบแผลด้วยน้ำเกลือนอร์มัล ซึ่งจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกรวมทั้งเชื้อโรค และสามารถลดอาการแสบคันได้ด้วย

2. การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ สามารถให้ได้ทั้งโดยวิธีการทาและการรับประทาน ขึ้นกับความรุนแรงของโรค ในผู้ป่วยที่ร่างกายแข็งแรงและมีรอยโรคเพียงไม่กี่แห่ง อาจลองใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาได้ วิธีการทาให้ทาบริเวณรอยโรค วันละ 2-4 ครั้ง เป็นเวลา 7-10 วัน ยาปฏิชีวนะชนิดทาที่ใช้บ่อย ได้แก่ 2% Mupirocin ointment และ Fusidic acid
ในรายที่มีรอยโรคปริมาณมาก หรือให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะชนิดทาแล้วไม่ดีขึ้น ควรพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน โดยยาปฏิชีวนะที่ใช้บ่อย ได้แก่ cloxacillin, dicloxacillin และ cephalexin เป็นต้น ในผู้ที่มีปัญหาแพ้ยาในกลุ่มเพนนิซิลิน (penicillin) อาจพิจารณาใช้ยา erythromycin หรือ clindamycin โดยควรรับประทานยาเป็นเวลา 7-10 วัน อย่างไรก็ดี หากสงสัยว่าบุตรหลานของท่านหรือตัวท่านเอง เป็นโรคแผลพุพองนี้ควรมาพบแพทย์เพื่อที่จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Share: