บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคผิวหนังเป็นหนอง

ผศ. พญ. รัตนาวลัย นิติยารมย์
สาขาวิชาโรคผิวหนัง ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


โรคผิวหนังเป็นหนอง หรือ แผลติดเชื้อแบคทีเรีย ชนิด ecthyma เป็นการติดเชื้อแบคทีเรียของผิวหนังที่ลงลึกถึงชั้นหนังแท้ มักพบตามบริเวณที่ผิวหนังมีความผิดปกติอยู่ก่อน เช่น ภายหลังการติดเชื้ออีสุกอีใส ตุ่มยุงกัด เป็นต้น ภายหลังจากการติดเชื้อหายแล้ว มักทำให้เกิดเป็นแผลเป็นตามมาได้

สาเหตุ
เชื้อก่อโรคของโรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียชนิด Streptococcus pyogenes มากกว่าเชื้อแบคทีเรียชนิด Staphylococcus aureus

อาการและอาการแสดง
รอยโรคเริ่มจากตุ่มน้ำใสหรือตุ่มหนอง ซึ่งขยายขนาดและลุกลามลงลึก มีตกสะเก็ดหนาติดแน่น เมื่อสะเก็ดหลุดออกจะเห็นแผลเป็นหลุมที่มีขอบยกนูน ขนาด 0.5-3 ซม. บริเวณที่พบบ่อย คือ หลังเท้าและหน้าแข้ง


รอยโรคหายได้ในเวลา 2-3 สัปดาห์ และมักหายกลายเป็นแผลเป็น

การวินิจฉัย
การวินิจฉัยอาศัยอาการของผู้ป่วยเป็นหลัก ส่วนใหญ่ไม่มีความจำเป็นต้องได้รับการตรวจทางห้องปฏิบัติการ

การรักษา
การรักษาส่วนใหญ่ขึ้นกับอาการของผู้ป่วยเป็นสำคัญ วิธีการรักษาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่ การรักษาเฉพาะที่และการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ

1. การรักษาเฉพาะที่ อาจทำได้โดยวิธีประคบแผลด้วยน้ำเกลือนอร์มัล ซึ่งจะช่วยกำจัดสิ่งสกปรกรวมทั้งเชื้อโรค และสามารถลดอาการแสบคันได้ด้วย

2. การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ สามารถให้ได้ทั้งโดยวิธีการทาและการรับประทาน ขึ้นกับความรุนแรงของโรค ในผู้ป่วยที่ร่างกายแข็งแรงและมีรอยโรคเพียงไม่กี่แห่ง อาจลองใช้ยาปฏิชีวนะชนิดทาได้ วิธีการทาให้ทาบริเวณรอยโรค วันละ 2-4 ครั้ง เป็นเวลา 7-10 วัน ยาปฏิชีวนะชนิดทาที่ใช้บ่อย ได้แก่ 2% Mupirocin ointment และ Fusidic acid
ในรายที่มีรอยโรคปริมาณมาก หรือให้การรักษาด้วยยาปฏิชีวนะชนิดทาแล้วไม่ดีขึ้น ควรพิจารณาให้ยาปฏิชีวนะชนิดรับประทาน โดยยาที่ยาปฏิชีวนะที่ใช้บ่อย ได้แก่ cloxacillin, dicloxacillin และ cephalexin เป็นต้น ในผู้ที่มีปัญหาแพ้ยาในกลุ่มเพนนิซิลิน (penicillin) อาจพิจารณาใช้ยา erythromycin หรือ clindamycin โดยควรรับประทานยาเป็นเวลา 10-14 วัน อย่างไรก็ดี หากสงสัยว่าบุตรหลานของท่านหรือตัวท่านเอง เป็นโรคนี้ควรมาพบแพทย์เพื่อที่จะได้รับการรักษาที่เหมาะสมต่อไป

Share: