บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

ซิฟิลิส

นพ. วาสนภ วชิรมน
หน่วยโรคผิวหนัง ภาควิชาอายุรศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี


ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อชนิดสไปโรคีตที่เรียกว่า Treponema pallidum เชื้อนี้สามารถเข้าสู่ร่างกายทางเยื่อเมือกเช่น ช่องคลอด ท่อปัสสาวะ ปาก เยื่อบุตา หรือทางผิวหนังที่มีแผล เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกายจะเข้ากระแสเลือดและไปจับตามอวัยวะต่าง ๆ ทำให้เกิดโรคตามอวัยวะ

สาเหตุ
เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อ Treponema pallidum โดยคนเราได้รับเชื้อโรคได้ 3 ทางหลัก ๆ ได้แก่
1. ทางเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อโรคสามารถติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยผ่านทางเยื่อบุช่องคลอด ท่อปัสสาวะ
2. จากแม่สู่ลูก เชื้อสามารถติดจากแม่ไปสู่ลูกขณะตั้งครรภ์และขณะคลอดได้
3. การติดต่อทางอื่น หากผิวหนังที่มีแผลสัมผัสกับแผลที่มีเชื้อก็ทำให้เกิดการติดเชื้อขึ้นได้ อย่างไรก็ตามเชื้อชนิดนี้จะไม่ทนต่อสิ่งแวดล้อม ดังนั้นการสัมผัสมือหรือการนั่งโถส้วมจะไม่ติดต่อ

อาการและอาการแสดง
แบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะแรก ระยะที่สอง ระยะแฝง และระยะที่สาม

ผู้ที่ได้รับเชื้อซิฟิลิสอาจไม่มีอาการเลยก็ได้ หากมีอาการจะเริ่มปรากฏหลังได้รับเชื้อ 2 สัปดาห์ถึง 3 เดือน โดยจะปรากฎอาการของ ซิฟิลิสระยะแรกก่อน ได้แก่ตุ่มแดงแตกเป็นแผลที่บริเวณเชื้อเข้า ขอบแผลจะมีลักษณะแข็ง นูนและไม่เจ็บ หรือที่เรียกว่า แผลริมแข็ง มักพบได้ที่บริเวณอวัยวะเพศชาย อัณฑะ ทวารหนัก ช่องคลอด ริมฝีปาก แผลจะเป็นอยู่ 1-5 สัปดาห์และหายไปเอง หลังจากแผลหายเชื้อจะเข้าสู่กระแสเลือดเกิดเป็นซิฟิลิสระยะที่สอง

ซิฟิลิสระยะที่สองจะมีอาการตามระบบต่าง ๆ เช่น ผื่นตามผิวหนัง ปวดตามข้อ ต่อมน้ำเหลืองโต ตุ่มที่บริเวณอวัยวะเพศ ซอกพับ ขาหนีบ ผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ซิฟิลิสระยะนี้จะพบผลเลือดเป็นบวกได้ อาการเหล่านี้จะเป็นนาน 1-3 เดือน และจะหายไปได้เอง อาจเป็นซ้ำได้

หลังจากนั้นตัวโรคจะเข้าสู่ระยะแฝงซึ่งเป็นระยะที่ผู้ป่วยไม่มีอาการของโรค แต่ตรวจเลือดจะพบผลบวก ช่วงนี้กินเวลา 2-30 ปี หลังจากได้รับเชื้อ ในผู้ป่วยหญิงหากตั้งครรภ์เชื้อจะสามารถติดต่อไปยังลูกได้ ดังนั้นจึงควรตรวจเชื้อซิฟิลิสในผู้ที่ตั้งครรภ์ทุกรายแม้จะไม่มีอาการ

ซิฟิลิสระยะที่สาม เป็นระยะที่เชื้อโรคจะทำลายอวัยวะต่างๆ เช่น หัวใจ หลอดเลือด นัยน์ตา สมอง ทำให้ตาบอด เกิดความผิดปกติของระบบประสาท หากรักษาไม่ทัน อวัยวะต่าง ๆ จะถูกทำลายโดยไม่สามารถกลับมาเป็นปกติได้

การวินิจฉัย
การตรวจวินิจฉัยโรคนี้สามารถทำได้โดยการนำหนองจากแผลไปตรวจหาเชื้อ หรือการตรวจเลือดเพื่อหาภูมิต่อเชื้อซิฟิลิส นอกจากนี้หากมีผื่นที่ผิวหนังก็สามารถทำการตัดชิ้นเนื้อผิวหนังเพื่อพิสูจน์ได้

การวินิจฉัยแยกโรค
การวินิจฉัยแยกโรคขึ้นอยู่กับอาการและระยะที่เป็น ผู้ป่วยบางรายไม่จำเป็นต้องมีออาการครบทุกอาการ
ซิฟิลิสระยะแรกที่มาด้วยแผลควรวินิจฉัยแยกกับแผลริมอ่อน เริม และแผลจากการบาดเจ็บ
ผื่นซิฟิลิสระยะที่สองควรวินิจฉัยแยกกับผื่นแพ้ยา สะเก็ดเงิน หัดกุหลาบ ผื่นจากการติดเชื้อไวรัส สำหรับอาการผมร่วงควรวินิจฉัยแยกกับโรคผมร่วงหย่อม โรคผมบางจากการที่มีภาวะเครียดกับร่างกายและจิตใจ

การรักษา
สามารถให้การรักษาโรคซิฟิลิสโดยการใช้ยาปฏิชีวนะ เช่นยากลุ่มเพนิซิลลิน ระยะเวลารักษาขึ้นกับระยะของโรค

การพยากรณ์โรค
หากโรคได้รับการรักษาในระยะแรกหรือระยะที่สองจะทำให้ผลการรักษาดี มีโอกาสกลับเป็นซ้ำน้อย หากปล่อยไว้จนถึงระยะที่สามซึ่งเป็นระยะที่อวัยวะบางระบบของร่างกายถูกทำลายไปแล้ว ผลการรักษาจะไม่ดีเท่าที่ควร
Share: