ข่าวสำหรับประชาชน

ที่มา: หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
18 กันยายน 2556
Click

เตือนห้ามใช้สารฟิลเลอร์


สาวชอบฉีดสารเสริมสวย แก้โรคย้วย ยาน หย่อน ที่ใบหน้า พบข่าวร้าย คณะอนุกรรมการ คุ้มครองประชาชนฯ มีมติประกาศยกเลิกการใช้สาร “ฟิลเลอร์” แบบไม่สลายตัวทั้งซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก เหตุส่งผลกระทบร้ายแรงต่อร่างกาย อาทิ มีการอักเสบ ปวดจากการติดเชื้อ เกิดก้อนเนื้อ เป็นต้น ดีเดย์ 12 ก.ย.นี้ เตรียมหารือเพิ่มบทลงโทษผู้ฝ่าฝืน

ข่าวร้ายของบรรดาสาวๆ ที่ชอบทำศัลยกรรมเพิ่มความสวยแก่ใบหน้าด้วยการฉีดสารชนิดต่างๆ เมื่อเตรียมมีการประกาศยกเลิกการใช้สาร “ฟิลเลอร์” ที่ใช้ฉีดเสริมความงามแล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 22 ส.ค. นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภาและประธานอนุกรรมการคุ้ม ครองประชาชนจากการประกอบวิชาชีพเวชกรรม เกี่ยวกับการศัลยกรรมตกแต่ง การเสริมสวยและการโฆษณา กล่าวภายหลังการประชุมคณะอนุกรรมการฯ ว่า ที่ประชุมมีมติยกเลิกการใช้สารฟิลเลอร์ หรือสารเติมเต็มแบบไม่สลายตัวเนื่องจากการศึกษาทั้งในเชิงวิชาการและ ประสบการณ์ พบว่ามีผลเสียอย่างร้ายแรงต่อร่างกาย คณะอนุกรรมการฯจะมีการเสนอให้แพทยสภาประกาศห้ามการฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่สลายตัว เช่น ซิลิโคนเหลว ไบโอพลาสติก และซิลิโคนทุกรูปแบบที่ไม่สลายตัว เนื่องจากจะมีผลแทรกซ้อนและผลไม่พึงประสงค์จากการฉีดสารฟิลเลอร์ ทั้งนี้การประกาศยกเลิกใช้สารฟิลเลอร์แบบไม่สลายตัว ถือเป็นการประกาศครั้งแรกในประเทศไทย โดยประกาศดังกล่าวจะนำเข้าคณะกรรมการแพทยสภา ในการประชุมใหญ่วันที่ 12 ก.ย.นี้ และจะมีการออกประกาศเป็นลายลักษณ์อักษรอีกครั้ง

นพ.สัมพันธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับซิลิโคนเหลวนั้น ไม่เคยผ่านการอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้นำเข้ามาฉีดอยู่แล้ว ดังนั้นการประกาศยกเลิกการใช้ฟิลเลอร์แบบไม่สลายตัว จะมีประ โยชน์กับสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และ อย. เนื่องจากหากพบสถานประกอบการใดใช้สารที่แพทยสภาประกาศยกเลิก มาฉีดให้ประชาชน สคบ. และ อย. จับกุมได้เลย นอกจากนี้ ในการประชุมในวันที่ 12 ก.ย. จะมีการหารือถึงเรื่องการเพิ่มบทลงโทษกับผู้ฝ่าฝืนที่อาจมีการพิจารณาถึง ขั้นเพิกถอนใบอนุญาต สำหรับประชาชนที่จะไปฉีดฟิลเลอร์แบบสลายตัวได้ ให้สอบถามก่อนว่าสารดังกล่าวผ่านการอนุญาตจาก อย.หรือไม่ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ด้าน นพ.ชลธิศ สินรัชตานันท์ นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งประเทศไทย ในฐานะอนุกรรมการคุ้มครองประชาชนฯ กล่าวว่า ต้องเข้าใจว่าฟิลเลอร์ที่นิยมนำมาใช้ฉีดคาง เสริมจมูกนั้น เป็นสารเติมเต็ม แบ่งเป็น 1. สารเติมเต็มที่ไม่สลายตัว คือซิลิโคนเหลว 2. สารเติมเต็มที่สลายตัว คือไฮยาลูโรนิกแอซิด (Hyaluronic acid) ซึ่งการใช้สารเติมเต็มที่ไม่สลายตัวอย่างซิลิโคนเหลวนั้น มีโอกาสเกิดผลกระทบสูง ได้เคยร่วมมือกับโรงพยาบาลศิริราช ติดตามผู้ฉีดซิลิโคนเหลวจำนวน 45 ราย เป็นหญิง 43 ราย ชาย 2 ราย อายุระหว่าง 19-60 ปี พบว่าใน 1-6 เดือนแรกหลังการฉีด ดูสวย อีก 1 ปีแรก จะดูสวยขึ้น แต่หลังจากนั้นช่วง 3-5 ปี จะเริ่มมีปฏิกิริยาขึ้น เช่น คลำพบก้อนเนื้อ เป็นผื่นแดงเหมือนมีเส้นเลือดฝอยจำนวนมาก ผิวขรุขระเหมือนผิวมะระ บางรายอวัยวะเริ่มผิดรูป เพราะเนื้อเยื่อและเซลล์ถูกทำลายจนเกิดอาการบวมและอักเสบ

นายกสมาคมศัลยกรรมฯ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ สารซิลิโคนเหลวจะค่อย ๆ ไหลมากองรวมกัน ทำให้มีการห้อยย้อย แข็งตึง และมีการเปลี่ยนแปลงรูปร่างของผิวหนังบริเวณที่ฉีด การรักษาทำได้ยากมาก เพราะเนื้อเยื่อและเซลล์ใต้ผิวหนังเกิดความเสียหายอย่างมาก ที่พอรักษาคืออาการอักเสบ จากนั้นใช้วิธีการขูดเนื้อเยื่อและเซลล์ที่ตายออกเพื่อให้เซลล์เกิดการสร้าง ขึ้นใหม่ ใช้เวลาในการรักษานาน และไม่สามารถกลับไปมีสภาพเหมือนเดิมได้ ปัจจุบันก็มีเทคนิคในการรักษาใหม่ โดยการใช้ไขมันของตัวเองจากหน้าท้องหรือบริเวณก้นมาสกัดเป็นสเต็มเซลล์จาก ไขมัน (fat and fat stem cell) มาฉีดเพื่อรักษาก็ได้ ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เพราะเป็นเซลล์ของตัวเอง หากมีการยกเลิกการใช้ซิลิโคนเหลว ปัจจุบันก็ยังสามารถใช้ไฮยาลูโรนิกแอซิด หรือสเต็มเซลล์จากไขมันได้เช่นกัน

ตรวจสอบรายชื่อสารเติมเต็ม (ฟิลเลอร์) ที่ผ่าน อย. ได้ที่ http://fdaolap.fda.moph.go.th/logistics/drgdrug/DSerch.asp

Share: