บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

การแพ้แสงที่เกิดจากยา

ศ. นพ. ประวิตร อัศวานนท์
หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



การแพ้ยานั้นมีอาการได้หลากหลาย แต่ส่วนมากมักมีผื่นผิวหนังซึ่งเป็นตัวช่วยในการวินิจฉัยโรคที่สำคัญ โดยทั่วไปหากเป็นการแพ้ยารับประทานหรือยาฉีดผื่นก็มักจะขึ้นกระจายทั่วตัว

อย่างไรก็ดีมีการแพ้ยาลักษณะพิเศษ คือ เมื่อผู้ป่วยได้รับยาบางประเภท บางกลุ่ม และได้รับแสงแดดไปพร้อม ๆ กันด้วย อาจเกิดผื่นแพ้ยาในบริเวณหน้า คอ แขนด้านนอก หลังมือ หลังเท้า คือ บริเวณที่อยู่นอกร่มผ้าได้

ที่จริงผื่นแพ้แสงนั้นมีหลายกลุ่มสาเหตุมาก ทั้งที่เป็นเอง คือ โดนแดดอย่างเดียวก็เป็นแล้ว และที่ต้องได้ยาร่วมด้วยจึงจะเกิดผื่นขึ้นผื่น ชนิดหลังนี้บางครั้งวินิจฉัยยากเพราะผู้ป่วยบางรายได้รับยามาเป็นเวลานานหลายเดือนหรือแม้แต่เป็นปีโดยไม่เกิดผื่น ทั้งนี้ก็เพราะไม่ได้โดนแดดร่วมด้วย พอลูกหลานพาไปเที่ยวต่างจังหวัดโดนแดดเข้าจึงเพิ่งเกิดผื่นขึ้นก็พบได้บ่อย ๆ

ยาที่เป็นสาเหตุของผื่นแพ้แสงแบบนี้มักอยู่ในกลุ่ม thiazide (ยาขับปัสสาวะรักษาความดันโลหิตสูง) ยาปฏิชีวนะกลุ่ม sulfa และ quinolone ยารักษาอาการซึมเศร้าบางประเภท ยารักษาเบาหวาน ฯลฯ ผื่นที่พบจากยาแต่ละประเภทอาจแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นต้องได้รับการวินิจฉัยโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ยาบางกลุ่มไม่ได้ทำให้เกิดผื่นแพ้ แต่ผิวจะไวต่อแสงมากขึ้น เช่น เคยตากแดดเที่ยง ๆ ได้ 15 นาที ไม่เป็นอะไร พอได้ยากลุ่มนี้ก็เกิดอาการไหม้แดด ไหม้แดงได้ แม้จะตากแดดในเวลาเท่าเดิม ยาที่เป็นสาเหตุได้ คือ ยาในกลุ่ม tetracycline อาทิ doxycycline, ยาลดการอักเสบในตระกูล NSAIDs รวมทั้งยาปฏิชีวนะในตระกูล quinolone

นอกจากเราจะได้รับยาที่เป็นสาเหตุของการแพ้แสงทางการรับประทานแล้ว อีกทางหนึ่งที่สำคัญ คือ ทางผิวหนังเอง ซึ่งสาเหตุมีหลากหลายนอกเหนือไปจากยาด้วย อาทิน้ำหอม สารฆ่าเชื้อในสบู่ น้ำยาฆ่าเชื้อบางตัว แม้กระทั่งยางจากต้นไม้ ในบ้านเราที่เป็นสาเหตุได้ คือ ยางมะม่วง ยางมะม่วงหิมพานต์ และยางต้นรักจีน รักใหญ่ที่มาใช้ทำเครื่องเขิน และลงรักปิดทอง รวมทั้งสารในเปลือกมะนาว มะกรูด ที่น่าสนใจคือตัวครีมกันแดดเองในบางกรณีก็ก่อให้เกิดการแพ้แสงได้ด้วย โชคดีว่าเกิดไม่บ่อยนัก ส่วนที่เป็นยาทาจริง ๆ ที่พบเป็นปัญหาได้คือ กลุ่ม NSAIDs โดยเฉพาะ ketoprofen gel
Share: