บทความน่ารู้สำหรับประชาชน

โรคด่างขาว

พญ. นฤมล ศิลปอาชา
ภาควิชาตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล


โรคด่างขาว (Vitiligo) เป็นโรคที่ผิวหนังปกติมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรอยโรคสีขาว ขอบเขตชัดเจน เป็นผลเนื่องจากมีการสูญเสียเซลล์สร้างเม็ดสีในชั้นหนังกำพร้า โรคด่างขาวพบได้ในทุกเชื้อชาติ พบในเพศชายและเพศหญิงใกล้เคียงกัน พบอุบัติการณ์ทั่วโลกประมาณ 1-2% มักพบรอยโรคตั้งแต่ช่วงเด็กหรือวัยรุ่น โดยอายุเฉลี่ยที่เริ่มพบรอยโรค คือประมาณ 20 ปี

สาเหตุ
มีการศึกษาถึงสาเหตุของโรคด่างขาวเป็นจำนวนมาก โดยสรุปเชื่อว่ามีหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบภูมิคุ้มกัน (autoimmune) พันธุกรรม ความผิดปกติที่เซลล์สร้างเม็ดสี โดยทั่วไปผู้ป่วยโรคด่างขาวจะมีสุขภาพแข็งแรงดี แต่อาจพบร่วมได้กับบางภาวะเช่น โรคไทรอยด์ โรคเบาหวาน โรคซีดบางชนิด

อาการและอาการแสดง
รอยโรคของด่างขาวเป็นผื่นแบนราบ สีขาวคล้ายชอล์ค ขอบเขตชัดเจน รูปร่างและขนาดของรอยโรคมีหลากหลาย (2-3 มม.ถึง หลาย ซม.) ผิวเรียบ ผิวหนังข้างเคียงจะปกติ พบผมหรือขนสีขาวบริเวณรอยโรคร่วมด้วยได้ รอยโรคมักไม่มีอาการ สามารถพบด่างขาวได้ทุกตำแหน่งบนร่างกายแต่มักพบบ่อยบริเวณใบหน้า (บ่อยที่รอบตา รอบปาก) มือ เท้า รักแร้ สะดือ ขาหนีบ อวัยวะเพศ และผิวหนังบริเวณข้อ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีการเสียดสีบ่อย รอยโรคมักกระจายเท่ากันทั้ง 2 ข้าง สามารถพบรอยโรคบริเวณเยื่อบุ เช่น ปาก จมูก และอวัยวะเพศได้

ชนิดของโรคด่างขาว แบ่งได้คร่าว ๆ ดังนี้
1. โรคด่างขาวเฉพาะที่
พบรอยโรคจำนวนไม่มากเฉพาะบางตำแหน่งหรือข้างใดข้างหนึ่งของร่างกาย
2. โรคด่างขาวชนิดกระจายทั่วตัว
พบรอยโรคกระจายสมมาตรกัน 2 ข้างของร่างกาย บางรายอาจมีรอยโรคเกือบทั่วทั้งตัว
3. โรคด่างขาวบริเวณปลายมือ ปลายเท้า ปาก
พบรอยโรคเฉพาะที่ปลายนิ้วมือ นิ้วเท้า รอบปาก ชนิดนี้มักไม่ค่อยตอบสนองต่อการรักษา

ภาพแสดงโรคด่างขาวชนิดกระจายทั่วตัว


ภาพแสดงโรคด่างขาวบริเวณปลายมือ ปลายเท้า ปาก


การรักษา
โรคด่างขาวไม่มีอันตรายต่อชีวิต แต่ผู้ป่วยส่วนใหญ่ต้องการรักษา เนื่องจากมีผลต่อคุณภาพชีวิต ปัจจุบันมีการรักษาหลายวิธีซึ่งเหมาะกับโรคด่างขาวแต่ละชนิดและผู้ป่วยแต่ละคน การรักษาส่วนใหญ่ใช้เวลานานและบางครั้งมีผลข้างเคียง เป้าหมายในการรักษาคือเพื่อให้สีผิวหนังกลับคืนมาโดยกระตุ้นเซลล์สร้างเม็ด สีจากบริเวณผิวหนังข้างเคียง

ชนิดของการรักษา
1. โรคด่างขาวเฉพาะที่: ใช้ยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (corticosteroids) หรือยาทากลุ่มยาต้านแคลซินูริน (calcineurin inhibitors) เช่น ทาโครลิมัส (tacrolimus) ซึ่งเป็นยาที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายโดยยาจะกระตุ้นให้มี เม็ดสีขึ้นบริเวณรอยโรค ทายาบริเวณรอยขาววันละ 2 ครั้ง ใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 2-3 เดือนจึงจะเริ่มเห็นผล ถ้าไม่ตอบสนองต่อยาทา อาจพิจารณาการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การฉายแสงอาทิตย์เทียม หรือการย้ายผิวหนังปกติจากตำแหน่งอื่นของร่างกาย มาปลูกบริเวณรอยโรคด่างขาว

2. โรคด่างขาวชนิดกระจายทั่วตัว: การฉายแสงอาทิตย์เทียมอัลตราไวโอเลตบีชนิดคลื่นแคบ (Narrowband UVB) เป็นวิธีที่เหมาะสมและได้ผลดี โดยผู้ป่วยต้องมารับการฉายแสงอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง นานประมาณ 6 เดือนถึง 2 ปี
3. โรคด่างขาวบริเวณปลายมือ ปลายเท้า ปาก: เป็นชนิดที่ไม่ค่อยตอบสนองต่อยาทาและการฉายแสงอาทิตย์เทียม อาจใช้วิธีย้ายผิวหนังปกติมาปลูกบริเวณรอยโรคหรือใช้เครื่องสำอางทาเพื่อปก ปิดรอยโรค


นอกจากนั้นแนะนำให้ใช้ยากันแดดทาบริเวณรอยโรคร่วมกับการหลบแสงแดด เนื่องจากแสงแดดทำให้บริเวณรอยโรคด่างขาวแดงและเป็นมากขึ้น รวมถึงป้องกันไม่ให้ผิวหนังข้างเคียงมีสีคล้ำมากขึ้นด้วย

การตอบสนองต่อการรักษา
หากตอบสนองดีต่อการรักษาจะพบจุดสีน้ำตาลขึ้นบริเวณรูขุมขนของรอยโรคด่างขาว หรือพบว่ารอยโรคด่างขาวมีขนาดเล็กลง โดยการตอบสนองจะแตกต่างกันขึ้นกับตำแหน่งที่เป็น เช่น บริเวณใบหน้า มักมีการตอบสนองที่ดีกว่าตำแหน่งอื่น ๆ

Share: